นานาสาระ

หน้า  l  1  l  2345678910111213 I

1. กุหลาบ
กุหลาบแดงและขาวรวมกัน สื่อความหมายให้รู้ว่า "สองเราเป็นหนึ่งเดียวกัน"
กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความงดงามและความอ่อนโยน
กุหลาบสีเหลือง บอกเป็นนัยว่า "ขอเป็นชู้ทางใจ" หรือ หมายถึงความสุข สนุกสนาน ร่าเริง
กุหลาบสีส้ม เพื่อบอกความในใจถึงความรักและสิ่งที่ผ่านมา
กุหลาบแดงเข้ม(สีเหมือนไวน์แดง) แทนคำว่า "เธอช่างสวยเหลือเกิน"
กุหลาบสีขาว บอกว่า "ฉันรักเธอด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน"
กุหลาบตูม ที่มีทั้งใบและหนาม บอกให้รู้ว่า "แม้ฉันจะวิตกอยู่บ้าง แต่รู้ว่าเธอคงไม่ปฎิเสธ"
กุหลาบตูมที่ริดใบทิ้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้ให้รู้สึกทุกสิ่งทุกอย่าน่ากลัวไปหมด
กุหลาบตูมที่ริดหนามทิ้งหมด แสดงให้เห็นถึงความหวังที่มีอย่างเปี่ยมล้น
กุหลาบตูมสีแดง แสดงให้เห็นถึงความรักที่ไร้เดียงสา "รักของฉันเพิ่งแรกแย้ม และอ่อนต่อโลก"
กุหลาบตูมสีขาว แสดงถึงความมีเสน่ห์น่าหลงใหล ไร้เดียงสาในเรื่องความรัก
กุหลาบบานหนึ่งดอก และกุหลาบตูม 2 ดอก อยากบอกว่า "นี่คือความรักที่ฉันแอบซ่อนไว้"
กุหลาบบานสีแดง บอกให้รู้ว่า "ฉันรักเธอเข้าแล้ว"
กุหลาบสีแดงที่โรยแล้ว เขาอยากจะบอกให้คุณรู้ว่า "ความรักของเรานั้นจบลงแล้ว"
กุหลาบสีขาวที่โรยแล้ว แทนความหมาย "เสน่ห์ของเธอมันจืดจางลงแล้ว"
กุหลาบไร้หนาม ให้รู้ว่า "เธอช่างมีเสน่ห์น่าหลงไหลแม้ยามแรกพบ"
กุหลาบดอกเดียวแทนความหมาย "รักฉันแม้เรียบง่าย แต่ก็มั่นคงกับเธอผู้เดียว"


2. ความรัก
ทำให้เรามีความสุขสดชื่น แจ่มใส เบิกบาน หัวเราะ มีความคิดสร้างสรรค์
ความรักมีหลายระดับ...เราแบ่งความรักออกเป็น 4 เกรด คือ...
เกรดที่ 1...รักใคร่ใฝ่กามา... มีตัวกามารมณ์เป็นผู้นำ เห็นปุ๊บรักปั๊บ เกิดง่าย จบง่าย เป็นความรักชนิดต่ำสุด มีความทุกข์มากกว่าความ สุข วัยรุ่นเรียกความรักชนิดนี้ว่า "รักจริงหวังยิงสเปิร์ม"
เกรดที่ 2...รักหวังวิวาห์มาคู่กัน... รักแบบผูกพันธ์ รู้สึกรับผิดชอบ มีความจริงใจ ต้องการแต่งงานอยู่กินมีลูกเต้าด้วยกัน เป็นความรักที่สูง ขึ้นมาหน่อย ความรักชนิดนี้มี Sex เข้ามาเกี่ยวข้องสูงมาก อยากครอบครองอยากเป็นเจ้าของ หึงหวง หวาดระแวง และทำให้เกิดการเบื่อหน่ายกันได้ง่าย เราเรียกรักประเภทนี้ว่า"รักจริงหวังแต่ง พอเหี่ยวแห้งขายต่อ"
เกรดที่ 3...รักปันแบ่งความสุข... ความรักแบบปรารถนาดี เห็นใครเป็นทุกข์ก็อยากช่วยเหลือ เห็นใครมีความสุขยินดีด้วย มี Sex เป็นเพียงส่วนประกอบที่น้อยมาก ไม่เน้นการเป็นเจ้าเข้าเข้าของ เป็นความรักที่สูงกว่าข้อ 1 และ 2 มาก เราเรียกรักประเภทนี้ว่า "รักแท้"
เกรดที่ 4...รักยอมทุกข์เพื่อสุขเธอ...(Devoted love) รักแบบเสียสละ ตนเองยอมเสียสละ เพื่อให้คนที่รักได้สมหวังและมีความสุข โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ตัวเองได้รับความสุขจากผลของการกระทำเป็นการตอบแทน รักประเภทนี้มีน้อยมาก และหาได้ยาก เราเรียกรักประเภทนี้ว่า "รักบริสุทธิ์" ซึ่งมีความหมายเป็นตรงกันข้ามกับ "เลวบริสุทธิ์"
เวลาเราเลี้ยงสุนัข...ความรักของเราที่มีต่อสุนัข...อยู่เกรดไหนครับ...?
มีใครเลี้ยงสุนัข...แล้วรักสุนัขแบบเกรด 1 ...ไหมครับ...? ต้องการมีเซ็กซ์กับสุนัข...
หรือใครเลี้ยงสุนัข...แล้วรักสุนัขแบบเกรด 2 ...ไหมครับ...? ต้องการแต่งงานกับสุนัข...
ไม่มีนะครับ...ความรักที่เรามีต่อสุนัขอยู่เกรด 3 ครับ...ปรารถนาดีและแบ่งปันความสุขแก่กัน
คุณผู้หญิงที่น่ารักครับ...ลองพิจารณาผู้ชายที่พยายามมาจีบเราซิครับว่า...เขารักเราเกรดไหน...?
เขาให้ความรักเรา...เท่ากับความรักที่เราให้กับสุนัขของเรารึเปล่า...?
หรือเขาเพียงต้องการใช้เราเป็นอุปกรณ์บำบัดอารมณ์ใคร่...?
ความรักของสามีภรรยา...อย่างน้อยที่สุดต้องเกรด 2 ถือว่าผ่าน...แต่ก็ปริ่มเต็มที...เพราะถ้าติดแค่เกรด 2ความหึงหวง...ความต้องการเป็นเจ้าของ...จะก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมา
ความรักของสามีภรรยา...ควรต้อง Up-grade เป็นเกรด 3...จะเกิดความปรารถนาดี...เอื้ออาทร...เห็นอกเห็นใจ... และให้อภัยแก่กัน


3. อ่านหน่อยนะสำคัญจริง
โดยเฉพาะคนที่ชอบดื่มเบียร์ด้วย!! กระป๋องแรกๆก็เช็ดแหละ แต่พอได้ที่ก็.....???
เมื่อคุณซื้อโค้กกระป๋องหรือเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องชนิดใดก็ตาม ก่อนดื่มคุณต้องแน่ใจว่าได้ล้างฝากระป๋องด้วยน้ำก๊อกและสบู่แล้วหรือถ้าไม่มี ก็ขอให้ใช้หลอดดูดแทน เนื่องจากว่ามีเพื่อนคนหนึ่งของ ครอบครัวได้เสียชีวิต  หลังจากดื่มโซดากระป๋อง!!!! โดยไม่ได้ล้างฝากระป๋องก่อนดื่ม ปรากฏว่าที่ฝาประป๋อง เต็มไปด้วยฉี่หนูที่แห้งแล้วและเป็นพิษซึ่งมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต !!!! เพราะว่าเครื่องดื่มกระป๋องและอาหารกระป๋องมักถูกเก็บไว้ในโกดังเก็บของและตู้ Container ซึ่งมีหนูเข้ามาอยู่เต็มไปหมดและของเหล่านี้ก็จะถูกส่งต่อไปจำหน่ายยังร้านค้าปลีกต่างๆ โดยที่ไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง !!!


4. เขาว่าคนเราควรมีเพื่อนอย่างน้อยห้าคน
มีกันครบหรือยัง
1. เพื่อนบ้าเพื่อนบอ
เพื่อนพวกนี้พร้อมจะแหกกฏเกณฑ์ อาจดูว่าเขาไม่ ค่อยแคร์อะไร และชอบที่จะเสี่ยงทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ ตลอดเวลา แต่จำไว้ เหอะ งานเลี้ยงทุกงานจะสนุกได้ก็เพราะมีเจ้าพวกนี้แหละ อีกอย่างเขาจะพา ให้เรามีชีวิตที่หวือหวาขึ้น วันดีคืนดีก็จะมาหาเราตอนเที่ยงคืน แล้วพาเราไป เที่ยวไปก๊งเหล้า ไป..... พวกนี้มาเพื่อเพิ่มสีสรรของชีวิตให้เรา เวลาคุณประสบความสำเร็จ ...."โอ้ เจ๋งไปเลย เพื่อน หยั่งงี้ต้องไปฉลองซะแล้ว" เวลาคุณประสบความผิดหวัง..."แม่ง... อย่างนี้ต้องออกไปหาอะไรดื่ม "
2. เพื่อนเงียบ
เพื่อนพวกนี้จะไม่ค่อยโทรหาคุณ ไม่ต้องตัวติดกัน แต่เวลา ไม่สบายใจทีไร เราก็คิดถึงเค้าทุกที พวกนี้จะไม่ค่อยพูด ไม่แสดงความคิดเห็น ไม่แนะนำ แต่รับฟัง...... แต่เราสบายใจที่จะอยู่ใกล้เขา ใครบางคนที่แม้ไม่ต้อง คุยอะไรกัน เราก็ไม่รู้สึกว่ากระอักกระอ่วนหรือกลายเป็นคนแปลกหน้าระหว่างกัน เวลาคุณประสบความสำเร็จ...."อืม....." เวลาคุณประสบความผิดหวัง..." เข้าใจแล้ว......"
3.เพื่อนร่วมอุดมการณ์
เพื่อนพวกนี้จะชอบอะไรบางอย่างเหมือนเรา อาจจะเป็นงาน อดิเรก เช่น สะสมแสตมป์ ( เชยไปเนาะ ตอนนี้ต้องเป็นสะสมสติกกเกอร์ ก็ยังเชยอยู่ดี.. ว้า เด็กเดี๋ยวนี้เขาสะสมอะไรกันนะ สงสัยจะสะสมแฟน ) พวกนี้เราคุยกันถูกคอไปด้วยกันได้ แต่ขออย่างเดียวเหอะ อย่าริชอบคนคนเดียวกัน.....ไม่งั้น... เวลาคุณประสบความสำเร็จ ...... "อืม แต่อย่าลืมนะว่าวันศุกร์เราต้องไป....ด้วยกัน" เวลาคุณประสบความผิดหวัง....." แย่จังนะ แต่ว่าคงไป....กับเราได้นะ"
4. เพื่อนช่างเมาท์
ก็อย่างว่าความลับไม่มีในโลก ไหน ๆ ก็ไม่มีทางปกปิดความลับได้แล้ว มีเพื่อนช่างเมาท์ก็ไม่เสียหลาย เราจะได้อินไม่เอาท์ ใครรักใครเกลียดใคร ใครอกหัก ใครทะเลาะกัน รับรองรู้หมด เวลาคุณประสบความสำเร็จ "ว้าว อย่างนั้นต้องรีบโทรบอกคนอื่นแล้วล่ะ" เวลาคุณประสบความผิดหวัง "อืม เราเข้าใจ " แต่ในใจเตรียมรายชื่อคนที่จะโทรเมาท์ไว้แล้ว
5. เพื่อนต่างเพศ
พูดง่าย ๆ ก็แฟนอ่ะนะ ก็เป็นคนสำคัญที่ซู้ด จะนิสัยยังไงก็ขึ้นอยู่กับว่า แฟนใครนิสัยยังไง เวลาคุณประสบความสำเร็จ "ผมรักคุณ" เวลาคุณประสบความผิดหวัง "ผมรักคุณ"


5. "hello"
H = How are you ?
E = Everything all right ?
L = Like to hear from you
L = Love to see you soon!
O = Obviously, I miss you


6. นิสัย 10 อย่างที่ผู้หญิงชอบ
1. ชอบผู้ชายที่ให้เกียรติตนทั้งต่อหน้าและลับหลังคนอื่น (อีโก้น่ะลดๆลงบ้างก็ได้ ไม่ต้องกลัวชาวบ้านเค้าหาว่ากลัวเมียหรอก)
2. ชอบผู้ชายพูดจาไพเราะ อ่อนหวานแต่ไม่เหยาะแหยะ แฝงความเข้มแข็งในน้ำเสียง(กูมึงไว้พูดกับเพื่อน กับแฟนไม่ต้อง ความจริงใจไม่ได้ใช้ภาษาสื่อสารได้อย่างเดียว)
3. ชอบผู้ชายที่ยิ้มง่ายและมีอารมณ์ขัน (จะเก๊กไปถึงหนาย ไม่ได้หล่อขึ้นมาหรอก)
4. ชอบผู้ชายที่ช่างเอาใจ จำวันสำคัญๆได้บ้าง (ไม่ต้องหมดหรอก ให้ได้บ้างก็พอแล้ว เป็นบุญสุดๆ)
5. ชอบผู้ชายที่ดูแล้วอบอุ่น พึ่งพาได้ (จะได้รู้ว่าเวลามีแมลงสาบวิ่งมา มันจะได้ไม่โดดมาแย่งเก้าอี้แล้วกรี๊ดแข่งกับเรา)
6. ชอบผู้ชายที่เก่งกาจ มีความเป็นผู้นำ แต่ไม่สำคัญตัวเองและดูถูกเรา (ชั้นรู้แล้วว่าคุณเก่ง ว่าแต่เก่งพอที่จะรู้หรือเปล่าว่าเราแกล้งโง่น่ะ)
7. ชอบผู้ชายที่รู้จักง้อบ้าง ยิ่งเวลาตัวเองผิดด้วยเนี่ย (ขอโทษๆน่ะ พูดเป็นมั้ย)
8. ชอบผู้ชายที่แต่งตัวภูมิฐาน สะอาดสะอ้าน (เวลาควงด้วยจะได้รู้สึกภูมิใจ ไม่อายชาวบ้าน)
9. ชอบผู้ชายที่เสมอต้นเสมอปลาย แสดงออกว่ารักอย่างสม่ำเสมอ (เราหวั่นไหวง่าย ต้องย้ำกันบ่อยๆ รู้เปล่า เดี๋ยวลืม)
10. ชอบผู้ชายที่เวลาไปไหนมาไหนก็บอกกันบ้าง (ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะเฟ้ย...)


7. สูตรทำขนมไมตรี
เครื่องปรุง :-
อภัย 1 ถ้วย  ความหวังดี 1/2 ถ้วย
ความปรารถนาดี 2/3 ถ้วย วาจาไพเราะพอประมาณ
ความเห็นใจ 1/2 ถ้วย ยิ้มแฉล้มตามต้องการ
ความโอบอ้อมอารี 2 ถ้วยใหญ่
วิธีปรุง :-
คนความหวังดีและอภัยให้เข้ากัน เตรียมวาจาไพเราะพอประมาณ
ค่อยๆผสมความปรารถนาดีลงไป ส่วนความเห็นกับความโอบอ้อมอารี
บรรจงคนให้เข้ากับส่วนอื่น  นำไปอบในหัวใจที่อบอุ่น
โดยมีน้ำใจหรือยิ้มแฉล้ม  เป็นครีมราดหน้า
แล้วแจกจ่ายรับประทานบ่อยๆ โดยทั่วกัน .....


8. รู้ไหมคำว่า FAMILY
FAMILY = (F)ATHER (A)ND (M)OTHER (I) (L)OVE YOU.


9. ก่อนที่เราจะรับปากใคร
จำเป็นต้องคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน เราไม่ควรรับปากบนพื้นฐานของความเกรงใจ หรืออารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น มิฉะนั้นเราอาจต้องเสียใจ และเสียเวลากับปัญหาที่ตามภายหลัง


10. ทำไมดอกไม้สีขาวที่บานกลางคืนจึงมีกลิ่นหอมจัด
ดอกไม้ที่บานเฉพาะตอนกลางคืนมีดอกอะไรบ้าง อย่างดอกโบตั๋น ดอกราตรีไงล่ะครับ ดอกไม้พวกนี้ ต้องอาศัยแมลง ที่หากินในตอนกลางคืนช่วยผสมเกสรในการสืบพันธุ์ดอกไม้เหล่านี้จึงต้องมีกลิ่นหอมจัดไว้ล่อแมลง แทนที่จะมีสีสัน สดสะดุดตาเหมือนพวกดอกไม้ที่ บานกลางวัน ธรรมชาติก็มักจะจัดสิ่งต่างๆ ไว้ให้เหมาะสมอย่างนี้แหละครับ โดยให้ดอกไม้ที่บานกลาง วันมีสีสวยเพื่อ ล่อแมลง แต่ดอกไม้ที่บานกลาง คืนกลับมีกลิ่นหอมจัด ล่อให้แมลงมาดูดน้ำหวาน และช่วยผสมพันธุ์ไปด้วยในตัว


11. ตาเหล่เกิดจากอะไร
คนที่เกิดมาตาเหล่น้อยๆหรือที่เรียกว่าตาส่อนนั้นก็ดูหวานดียิ่งถ้าเป็นผู้หญิงยิ่งดูน่ารักใหญ่แต่ถ้าส่อนมากๆ จนถึงขั้นเหล่ก็จะกลายเป็นปมด้อยของเจ้าตัวไป ทำให้ไม่อยากจะสบตาใครเอาเสียเลยบางคนเห็นเพื่อนตาเหล่ก็ประดิษฐ์สำนวนมาค่อนตนตาเหล่ว่า ตาไม่สามัคคีกัน คือตาซ้ายมองไปทางโน้นตาขวากลับมองมาทางนี้ เวลาเข้าห้องสอบ ถ้าคนคุมสอบเป็นคนตาเหล่ พวกนักเรียนที่คิดจะแอบดูคำตอบกันมักจะวุ่นวายใจ เพราะไม่รู้ว่าคนคุมมองไปทางไหนแน่ พวกหมอบอกว่า อาการตาเหล่นั้นเกิดจากกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการกลอกตามัดใดมัดหนึ่งอ่อนกำลังลง กล้ามเนื้อที่ยังแข็งแรงดีอยู่ก็เลยดึงลูกตาให้เอียงไป


12. ทำไมมนุษย์มีสีผิวไม่เหมือนกัน
ในโลกนี้มีคนผิวสีต่างๆกันมาก ทั้งสีเหลืองอย่างคนจีน คนญี่ปุ่น ผิวดำอย่างคนในทวีปแอฟริกาหรือผิวขาวอย่างคนยุโรป ทราบไหมครับว่าทำไมผิวของคนจึงมีสีต่างๆกัน คำตอบก็คือมนุษย์ทุกคนจะมีต่อมสีอยู่ที่ใต้ผิวหนัง ต่อมนี้จะทำให้สีผิวของมนุษย์เจือจางหรือเข้มไม่เหมือนกัน พวกที่มีผมสีเข้มหรือสีดำ ก็จะมีผิวเข้มกว่าผมสีทอง เพราะมีสีน้ำตาลอยู่ในต่อมสีมาก


13. ภาษาพูดของมนุษย์เริ่มต้นขึ้นอย่างไร
ทุกวันนี้ การที่คนเราสามารถพูดจาติดต่อกันได้เข้าใจก็เพราะระบบเสียงต่างๆที่คนเผ่าพันธุ์เดียวกับเราสร้างเอาไว้เพื่อบอกความหมายต่างๆ จากการค้นคว้าทำให้เรารู้ว่า มนุษย์เริ่มสื่อสารกันด้านภาษา ด้วยระบบเสียง ตั้งแต่เมื่อสมัย 100,000 ปีก่อนยุคพระเยซูโน่น คือเมื่อสมัยมนุษย์ นีอันเดอร์ทัลนั่นเริ่มต้นก็เลียนเสียงสัตว์ต่างๆก่อน อย่างเสียงเห่าของสุนัขมาประกอบท่าทางชูไม้ชูมือ จนในที่สุดก็กลายเป็นภาษาใช้สื่อสารกัน แม้ในปัจจุบันก็ยังมีชนเผ่าหนึ่งในแอฟริกาที่ใช้ภาษาที่เป็นเสียงคลิกแคลกในลำคอสื่อสารกัน ส่วนคนตุรกีก็มีคำที่ไม่ได้พูด แต่ใช้วิธีผิวปากออกมาเป็นความหมายเลย


14. ทำไมเวลาอมข้าวไว้ในปากนานๆจึงมีรสหวาน
เคยอมข้าวไว้ในปากสักครู่หนึ่งแล้วรู้สึกว่าในปากมีรสหวานๆไหม ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในปากของเรามีน้ำย่อยที่ย่อยแป้งได้ น้ำย่อยนี้เมื่อคลุกเข้ากับแป้ง ก็จะย่อยแป้งให้กลายเป็นน้ำตาล ทำให้เรารู้สึกว่าข้าวที่อมอยู่ในปากมีรสหวาน


15. เราฝันเป็นภาพสีหรือภาพขาวดำ
ในช่วง 8 ชั่วโมงที่คนเรานอนหลับ เราจะฝันได้ 3 - 5 ครั้ง และแต่ละครั้งก็จะกินเวลาประมาณ10 - 30 นาที เคยสงสัยหรือเคยสังเกตบ้างไหมครับว่า ฝันของเราเป็นภาพสีหรือขาวดำ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยในเรื่องนี้และก็ได้คำตอบว่า ความฝันของเราเป็น ภาพสี ความฝันเกิดจากเหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้นกับตัวเราในวันนั้นๆนั่นเอง บางทีก็เป็นเรื่องความกลัวที่ซ่อนอยู่ในใจเราลึกๆ ตั้งแต่สมัยที่เรายังเป็นเด็ก หรือเป็นความปรารถนาที่เรามีมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่เคยสมหวัง เราก็เก็บมาฝันโดยที่เราไม่รู้หรอกว่านั่นเป็นสิ่งที่เราปรารถนา


16. ทำไมขนหัวจึงลุก
เวลาอ่านการ์ตูน จะสังเกตเห็นว่า เวลาตัวการ์ตูนตกใจ คนเขียนจะให้เส้นผมของ ตัวการ์ตูนตั้งขึ้นเหมือนผิวลูกเงาะ ซึ่งก็เกือบจะเหมือนในความเป็นจริง เพราะเวลาคนเราตกใจกลัวอะไรขึ้นมาเราจะรู้สึกว่าผมของเรามันตั้งขึ้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า เส้นผมของเราแต่ละเส้นมีโคนเป็นตุ่มนั่นเองและตุ่มนี้ก็มีกล้ามเนื้อเล็กๆยึดเส้นผมอยู่ เวลาเราตกใจกล้ามเนื้อเล็กๆนี้จะหดตัว ทำให้เส้นผมตั้งขึ้นเหมือนกับการขนลุกที่แขน แต่นี่เป็นที่หัวเราก็เลยเรียกว่าขนหัวลุก


17. เวลาเกิดมีผลทำให้อุปนิสัยเป็นอย่างไร
* ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า : ช่วงเวลากระต่าย เป็นคนรักสวยรักงาม ทำอะไรละเอียดอ่อน สะอาด ชอบแต่งตัวให้ดูดีเสมอ สุภาพอ่อนโยน พูดจาหวาน นอบน้อมถ่อมตัว มีมารยาทเป็นเลิศ สงบเงียบเรียบร้อยเหมือนผู้ใหญ่ มีความมั่นใจและทะเยอทะยานไม่น้อย เป็นคนเข้มแข็งข้างใน รู้จักระมัดระวังรอบคอบเป็นนักการทูต จิตวิทยาสูง เข้าอกเข้าใจผู้อื่นดี ใจกว้าง โกรธง่ายหายเร็ว จิตใจดี ใจอ่อน ชอบทำบุญ
* 7 โมงเช้า ถึง 9 โมงเช้า: ช่วงเวลามังกร บุคลิกดูหยิ่งทะนงมาก ท่าทางสง่าผ่าเผย ดูหัวสูง ความทะเยอทะยานจะเห็นได้ชัด ดูน่าเกรงใจ เข้าถึงยาก มีความเป็นผู้นำสูง เป็นคนใจกว้าง เด็ดเดี่ยว รักศักดิ์ศรี โมโหร้าย บุ่มบ่ามมุทะลุ ทำอะไรต้องตรงไปตรงมา ไม่ชอบเรื่องเล่ห์เหลี่ยม เป็นที่พึ่งพิงได้ รับผิดชอบสูง  ขี้สงสาร เป็นคนมีประสิทธิภาพสูง อนาคตแจ่มแจ๋ว เพราะความมุ่งมั่นบากบั่นของตัวเอง
* 9 โมงเช้า ถึง 11 โมงเช้า: ช่วงเวลางู โดยมากจะหน้าตาดี แต่งตัวดีเสมอด้วยของหรูหราราคาแพงหรือมียี่ห้อการันตี ภาพพจน์จะต้องมาก่อนเสมอ บุคลิกดูเงียบขรึม เรียบร้อยสุภาพนุ่มนวล มารยาทดี พูดจาหวานหู นิสัยข้างในค่อนข้างฉลาด เก็บความรู้สึกและความต้องการได้นิ่งลึกมาก รักการแข่งขันชิงดีชิงเด่น มีความทะเยอทะยานสูง ชอบทำตัวเด่น อยากมีชื่อเสียง เป็นนักวางแผนผู้ชาญฉลาด ใจแข็ง ไม่หวั่นไหวอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ
* 11 โมงเช้า ถึง บ่ายโมง: ช่วงเวลาม้า มีบุคลิกของนักกีฬา แข็งแรงอดทน ร่าเริงคึกคัก ชอบสนุกสนาน รักอิสระเสรีและการผจญภัย มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบแหกกฎ เป็นคนใจกว้าง กระตือรือร้นมาก แต่รอบคอบไม่เป็น ใจร้อน ชอบทำก่อนคิด กล้าลุยไปข้างหน้า จิตใจเข้มแข็ง มานะ บากบั่น มีความจริงใจสูง เวลามีทิฐิจะเป็คนหัวแข็ง ดื้อรั้นสุดๆ เวลาน่ารักจะมีชีวิตชีวาน่าตื่นเต้น เจอมรสุมก็ยังลุกขึ้นสู้ได้
* บ่ายโมง ถึง บ่าย 3 โมง: ช่วงเวลาแพะ เป็นคนใจดี อ่อนโยน จนถึงขั้นขลาดเขิน เป็นคนสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวลมีมารบาท ดูสุขุมใจเย็น ไม่มีพิษมีภัย ขี้อายแต่มีความคิดสร้างสรรค์ ช่างฝัน มีไอเดียมันๆ กับเรื่องตลกจี้เส้น บางเวลาดูเศร้าซึม เพราะชอบคิดมากเกินเหตุ จิตใจดี ทำร้ายใครไม่เป็น ถ้าถูกรังแกจะสู้ยิบตา มีความมั่นใจซ่อนไว้ใต้ท่าทางอ่อนโลก :ซื่อตรงรักสงบ เกลียดความรุนแรง อะไรๆ ก็ดีหมด ยกเว้นเรื่องดื้อรั้น ครองแชมป์ตลอดกาล
* บ่าย 3 โมง ถึง 5 โมงเย็น: ช่วงเวลาลิง เป็นคนไม่อยู่เฉย เปิดเผยใจร้อนและซุ่มซ่าม นิสัยเหมือนเด็กๆ ชอบเล่นพิสดาร เป็นคนฉลาดหัวไว มีไหวพริบ กล้าพูดกล้าทำ ตรงไปตรงมา เป็นนักวางแผน รู้จักเอาตัวรอด มีเล่ห์กล แต่ไม่ทำร้ายใครลับหลัง มีความสามารถรอบตัว ปรับตัวเข้ากับคนได้ทุกระดับ ทุ่มเทกับการงาน ทำงานดีเชื่อมือได้ เสน่ห์ในตัวอยู่ที่ความขี้เล่น มีชีวิตชีวา อาจจะดูกะล่อนเล็กๆ แต่ก็หนักแน่นจริงใจมาก
* 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม: ช่วงเวลาไก่ เป็นคนเข้มแข็งหยิ่งยะโส หัวรุนแรงขวางโลกและหัวโบราณ เป็นคนชอบแต่งตัว ใช้แต่ของดีมีราคา บุคลิกขี้อวด ส่วนลึกของจิตใจเป็นคนอนุรักษ์นิยม เจ้าระเบียบ จู้จี้ ขี้บ่น หงุดหงิดง่าย ไม่ยอมเสียเงินอย่างไร้ค่า ยกเว้นเรื่องภาพพจน์ล่ะก็โอ.เค. มีหัวในการบริหาร มีความเด็ดขาด ต่อสู้กับอุปสรรคไม่มีถอย ยามอารมณ์ดีจะเป็นคนสนุก ชอบล้อเล่น ใจกว้าง มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ชอบการใช้อำนาจ เกลียดคนอวดเบ่งที่สุด
* 1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม: ช่วงเวลาหมา เป็นคนรักคุณธรรมความถูกต้อง ซื่อสัตย์จริงใจมาก จนถึงขั้นยึดมั่นถือมั่นทีเดียว ยืดหยุ่นไม่ค่อยเป็น คิดและทำอะไรก็ตาม ตรงทื่อไปหมด ไม่กล้าแหกกฎระเบียบ ชีวิตไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่ มีความขยัน ฉลาด แต่พลิกแพลงไม่เป็น เอาตัวไม่ค่อยรอด เกิดมาเป็นนักปกป้องคุ้มครองคนอื่น มองโลกแบบตรงไปตรงมา ไม่เพ้อฝัน ขาดอารมณ์โรมานซ์ แต่ก็เป็นคนตลกจี้เส้น มองโลกในแง่ดี มักจะเสียสละเพื่อคนอื่น ถึงจะซื่อไปนิด เซ็งไปหน่อย แต่ก็จริงใจนะ
* 3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม: ช่วงเวลาหมู เป็นคนขี้เกียจนิดๆ เฉื่อยหน่อยๆ รักความเรียบง่ายไม่มากเรื่อง สุภาพอ่อนโยน ใจดีและอบอุ่น จริงใจ มีอารมณ์สุนทรี รักดนตรีและศิลปะสวยงาม มีความโรมานซ์ในหัวใจ แม้จะพูดน้อย แต่เอาอกเอาใจเป็นเลิศ ชอบแต่งตัวแบบผู้ดี รสนิยมดี ชอบทำอาหารและชอบกิน รูปร่างจึงออกแข็งแรงและสมบูรณ์ เป็นคนใจกว้างและชอบให้อภัย หากถูกทำร้ายจะกลายเป็นหมูป่า สู้ถวายชีวิตความคิดและการกระทำจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป รอบคอบ ใจเย็น จนกว่าจะมั่นใจถึงจะลุย เป็นแม่บ้านพ่อเรือนที่รักครอบครัวมาก
* 5 ทุ่ม ถึง ตี 1: ช่วงเวลาหนู มีบุคลิกกระตือรือร้น ร่าเริงปราดเปรียว สดใส แต่มีความระแวดระวัง ฉลาดหัวไว ไหวพริบดี ตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ท่าทางดูขรึม พูดน้อย เฉยชา แต่มีมารยาท รักเพื่อน ชอบช่วยเหลือ มีน้ำใจ จุดเด่นคือความขยันและสะสมเก่ง มักมีเงินสำรองซ่อนไว้ไม่มีใครรู้ ชอบวางแผนการเงิน ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย เป็นคนมีระเบียบ บากบั่นมุ่งมั่นสูง ปรับตัวเก่ง มีความรักแบบผู้ให้ รักครอบครัว แต่ก็รักอิสระ กว่าจะลงเอยกับใครสักคน ใช้เวลาคิดนานเชียว
* ตี 1 ถึง ตี 3: ช่วงเวลาวัว ท่าทางแข็งแรงบึกบึนและอึด เป็นคนเฉลี่ยแบบใจเย็น โกรธยาก แต่โกรธเหมือนระเบิดลง มีความบากบั่น มีระเบียบ ขยัน อดทน หนักแน่น ทำอะไรตรงไปตรงมา ไม่รู้จักปรับตัว ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ทื่อตรงจนไม่ค่อยทันใคร ขาดอารมณ์ขัน ตลกก็ตลกแบบฝืดๆ ไม่ชอบความรุนแรง มักจะเลี่ยงการทะเลาะวิวาท แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็จะกลายเป็นวัวกระทิงขวิดสุดฤทธิ์
* ตี 3 ถึง ตี 5: ช่วงเวลาเสือ เป็นคนหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว เข้มแข็ง ดูมีอำนาจ จิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว มั่นใจในตัวเองสูง แต่ขาดความรอบคอบ เพราะอารมณ์อยู่เหนือหัวใจ ไม่รู้จักออมชอม ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ ไม่รู้จักสีเทา แต่ก็เป็นคนใจดี เสียสละ ใจกล้า ไม่จุกจิกกับเรื่องเล็กน้อย มีความรับผิดชอบ ฉายเดี่ยว ไม่อยู่ติดที่ มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ขี้โม้โอ้อวด หลงใหลเรื่องรักโรแมนติก มีความเซ็กซี่เป็นเสน่ห์ส่วนตัว


18. การปล่อยวาง
ที่มา: ไม่ระบุ
พระพุทธองค์ตรัสว่า จิตของคนเรานั้นเหมือนกับลิง เราจึงเรียนรู้เรื่องของจิตใจของเราได้มากมายจากพฤติกรรมของลิง ลิงนั้นเกลียดกะปิ ถ้ากะปิถูกมือมันเมื่อไหร่ มันจะถูนิ้วกับพื้นจนเลือดไหลเต็มมือ จนกว่ากลิ่นกะปิจะหาย ในที่สุดจนกลายเป็นว่า?กะปิ? ถึงจะร้ายก็ไม่ร้ายเท่า?ความเกลียดกะปิ? ที่มือลิงเป็นแผลเหวอะหวะ ไม่ใช่เพราะกะปิ หากเป็นเพราะความจงเกลียดจงชังกะปิต่างหาก สิ่งที่เราเกลียดนั้น บ่อยครั้งไม่น่ากลัวเท่ากับความเกลียดชังในจิตใจเรา ความเกลียดชังหรือพูดให้ถูกก็คือ ความรู้สึกอยากผลักไส ซึ่งรวมทั้งความโกรธและความกลัว จึงเป็นเจ้าตัวร้ายที่เราต้องระวังให้มากๆ แต่นั่นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความจริงเท่านั้น นอกจากความอยากผลักไสแล้ว ความยึดติดเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องระวังไม่แพ้กัน
กลับมาที่ลิงจอมซนอีกที....ในอินเดีย ลิงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับชาวบ้าน เพราะชอบขโมยผลไม้ในสวน ชาวบ้านจึงคิดวิธีจับลิง โดยใช้กล่องไม้ซึ่งมีฝาด้านหนึ่งเจาะรูเล็กๆ พอให้ลิงสอดมือเข้าไปได้ ในกล่องมีถั่วซึ่งเป็นของโปรดของลิงวางไว้เป็นเหยื่อล่อ วันดีคืนดีลิงมาที่สวน เห็นถั่วอยู่ในกล่องก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบถั่ว แต่พอถอนมือออกมาก็ติดฝากล่องเพราะกำมือของลิงนั้นใหญ่กว่าฝากล่องที่เจาะไว้ ลิงพยายามดึงมือเท่าไหร่ก็ไม่ออก พอชาวบ้านมาจับก็ปีนหนีขึ้นต้นไม้ไม่ได้เพราะมีมือเปล่าอยู่ข้างเดียว สุดท้ายก็ถูกคนจับได้ ลิงหาได้เฉลียวใจไม่ว่า เพียงแค่มันคลายมือออกเท่านั้น มันก็เอาตัวรอดได้ แต่เพราะยึดถั่วไว้แน่น ไม่ยอมปล่อย จึงต้องเอาชีวิตเข้าแลก
มีหลายอย่างที่เราอยากได้ใฝ่ฝัน จึงถึงกับยึดไว้อย่างเหนียวแน่น เวลาประสบปัญหา เพียงแค่คลายสิ่งที่ติดยึดนั้นเสียบ้างปัญหาก็คลี่คลาย แต่เป็นเพราะเราไม่ยอมปล่อย จึงเกิดผลเสียตามมามากมายไม่คุ้มกับสิ่งที่ติดยึด จะชอบหรือพึงใจกับอะไรก็ตาม อย่าถึงกับยึดติดจนเหนียวแน่นเกินไป เพราะโอกาสที่หน้ามืดตามัวนั้นมีสูงจนหาทางออกไม่เจอ ปัญหาทั้งหลายในชีวิตนั้น ถ้าเรารู้จักปล่อยวางบางสิ่งเสียบ้างมันก็จะบรรเทาไปได้เยอะ
บ่อยครั้งการปล่อยวางไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเท่านั้น หากเป็นทางออกจากปัญหาเลยที่เดียว ความจริงการอยากผลักไสอะไรสักอย่าง ก็เป็นการติดยึดอีกแบบหนึ่งนั่นเองทั้งๆที่ลิงพยายามถูกำจัดกลิ่นกะปิไปจากมือก็อดไม่ได้ที่จะดึงมือมาดมหากลิ่นกะปิซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้ทั้งรู้ว่ากลิ่นกะปินั้นเหม็น แต่ก็ดมมือไม่ยอมเลิกง่ายๆ ในทำนองเดียวกันไม่ว่าเราจะโกรธอะไรหรือเกลียดใคร ก็มักดึงสิ่งนั้นหรือคนนั้นเข้ามาในจิตใจให้ครุ่นคิดเสมอ ไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวางเสียที ทั้งๆที่ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ ปล่อยวางเสียเถิด แล้วใจเราจะเบาขึ้นเป็นกอง
ความทุกข์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเพราะพลัดพรากจากสิ่งที่รัก หรือประสบกับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ที่มันบีบคั้นกดทับจิตใจเราไม่หยุดหย่อนเสียที ก็เป็นเพราะเราไปยึดไปแบกมันเข้าไว้ ทั้งวันทั้งคืน ในหลายกรณี ความทุกข์ก็ไม่ได้มาจากไหน หากมาจากการยึดติดไม่ยอมปล่อย ดังเช่นเจ้าลิงหวงถั่ว


19. ทำไมโรงงานไม่บรรจุน้ำอัดลมให้เต็มขวด
เวลาซื้อน้ำอัดลมมาดื่ม เคยนึกสงสัยไหมครับว่าทำไมโรงงานเขาไม่บรรจุน้ำอัดลม ให้เต็มขวดหรือว่าทางโรงงานต้องการกำไร มากๆ ความจริงแล้วเป็นการป้องกันไม่ให้ขวดระเบิดครับ เพราะถ้าน้ำอัดลมขวดนั้นถูกแช่เย็นจนเย็นจัด น้ำอัดลมกลายเป็นน้ำแข็ง ปริมาตรของน้ำในขวดก็จะมากขึ้น การขยายตัวของน้ำนี้จะทำให้เกิดแรงดัน ซึ่งจะดันให้ขวดระเบิดได้ ทำให้เกิดอันตรายมากทีเดียว เขาจึงไม่นิยมบรรจุน้ำอัดลมให้เต็มขวด


20. นกบินได้แต่ทำไมเป็ดจึงบินไม่ได้
นั่นซี นกมีปีก เป็ดก็มีปีก แต่ทำไมเป็ดบินไม่ได้ หรือว่าเป็ดตัวอ้วนกว่านกเลยบินไม่ขึ้น ไม่ใช่หรอก เหตุผลก็คือว่า เป็ดมีปีกเล็กกว่านก และที่สำคัญก็คือกล้ามเนื้อหน้าอกของนกเมื่อเทียบส่วนกับตัวของนกทั้งตัวแล้วใหญ่กว่ากล้ามเนื้อของเป็ดมาก มันจึงมีแรง ที่จะสามารถพยุงปีก ของมันให้บินได้ เช่นเดียวกับมนุษย์ที่พยายามทำปีกขึ้นเอง แล้วหัดบินจนตกลงมาเจ็บหนักไปหลายคนแล้วก็ยังไม่มีใครบินได้สักที เพราะมนุษย์มี กล้ามเนื้อที่อก เล็กเกินไปเหมือนกับเป็ดและไก่ที่บินไม่ได้นั่นเอง ทำให้มนุษย์ไม่มีกำลังพอที่จะพยุงปีกให้กระพือบินไปในอากาศได้


21. สักวันหนึ่ง
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้น แต่ความอดกลั้นน้อยลง
เราใช้จ่ายมากขึ้นแต่ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น
เรามีบ้านใหญ่ขึ้นแต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
ถึงเราจะมีการปรานีปรานอมมากขึ้นก็หาทำให้เรามีเวลามากกว่าเดิมไม่
เรามีความรู้มากขึ้นแต่ความเที่ยงธรรมกลับด้อยลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
ทรัพย์อันทบทวีของเรามีราคาตกต่ำลง
เราเอาแต่พูดกันมากขึ้น เรามีความรักน้อยลงแต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้วแต่เรากลับพบว่า แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้วแต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้นแต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนที่หารายได้ได้ถึงสองคน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ทุกวันนี้บ้านสวย ๆ เป็นบ้านแตกสาแหรกขาด
ดังนั้น.....จากนี้ไป......ขอให้พวกเรา..........
อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ "โอกาสที่พิเศษสุด" แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้ จงนั่งลงตรงระเบียงบ้านแล้ว
ชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่โดยไม่ไส่ใจกับความ "อยาก"
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่รักให้มากชึ้น
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า "สักวันหนึ่ง" ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเค้าแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่งที่จะทำอะไรก็ตาม ที่จะทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้
......ถ้าคุณกำลังคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะส่ง
ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรัก คุณคิดว่า
"สักวันหนึ่ง" ค่อยส่ง
จงอย่าลืมคิดว่า "สักวันหนึ่ง" วันนั้น
คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งอยู่ตรงนี้
เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้


22. สามสิ่งในชีวิต
สามสิ่งในชีวิตที่ไม่หวนกลับ คือ เวลา คำพูด และโอกาส
สามสิ่งในชีวิตที่เราจะขาดเสียมิได้ คือ ความสงบของจิตใจ ความซื่อสัตย์ และความหวัง
สามสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิต คือ ความรัก ความมั่นใจในตนเอง  และเพื่อน
สามสิ่งที่ไม่แน่นอน คือ ความฝัน ความสำเร็จ และโชคชะตา
สามสิ่งที่นำไปสู่ความพินาศของคน คือ เหล้า ความเย่อหยิ่ง และความโกรธ


23. 20 สิ่งประเสริฐที่เกิดมาพร้อมกะเทย
1. เราสวย
2. แต่เราก็ทำให้ผู้หญิงหลายคนดูสวยขึ้นเทียบกับพวกเรา
3. เราช่วยไม่ให้ประชากรล้นโลก
4. เรามีส่วนให้ผู้ชายแท้ ดูมีคุณค่าขึ้น
5. เรานำพาสีสันแปร๋นแปร๋มาสู่โลก
6. อีกทั้งยังทำให้สีบางสี เช่นสีม่วง สีทอง สีรุ้ง มีความหมายมากขึ้นกว่าเดิม
7. เราแรดได้ไม่มีใครว่า
8. แถมเราไม่ท้องด้วย
9. เราทำกับข้าวให้พวกผู้ชายไม้ประดับกิน
10.โลกนี้จึงมีนักร้องดีๆ อย่าง เอลตัน จอห์น จอร์จ ไมเคิล เจินเจิน มัม ลาโคนิค รวมถึงป้าที่ตึกแถวสุขุมวิท และ หลานแถวตึกอโศก
11.เซ็กซ์ของพวกเราเป็นไปเพราะความรัก ความต้องการล้วนๆ ไม่มีสัญชาตญาณการสืบพันธุ์มาเกี่ยวข้องแม้เพียงเล็กน้อย
12.เราสร้างโชว์เริ่ดหรูอลังการดาวล้านดวงมาฝากทุกท่าน
13.เราไม่ต้องใช้ไลอาซาน
14.เรามักเป็นที่ปรึกษาเรื่องความรักที่ดี เพราะเราเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
15.เราแมนได้ ในขณะที่ผู้ชายแท้ๆ ตุ้งติ้งไม่เป็น กิ๊วๆ
16.เรานำรายได้มหาศาลมาหมุนเวียนภายในประเทศ ผ่านธุรกิจอย่างอัลคาซาร์ ทิฟฟานี่ บาบีลอน หรือ ดีเจ สเตชั่น
17.เราได้ตำแหน่งกะเทยที่สวยที่สุดในโลกมา 2 ปีซ้อน ในขณะที่แม่นางงามสาวแท้ทั้งหลายต้องรอประมาณโกฐปีกว่าจะได้เข้า รอบ 10 คนกับเค้าทีนึง
18.เราทำให้พวกปากหมา ไม่คันปากตายไปเสียก่อน
19.และ เรา โดยเฉพาะฉัน ทำให้คนอย่างเธอมีคนที่จะใฝ่ฝันถึง อิ อิ
20.เราทำให้คำว่า มนุษย์ มีค่ามากกว่ารูปกายภายนอก อุ๊ยตาย!!!! จบได้เก๋ไก๋ชไมพรทีเดียว

 

 

นานาสาระ