
หน้า l 1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 I
29. ความใส่ใจ
เคยมีใครถามคุณไหมว่า " ความรักคืออะไร? " ........?? วันนี้เรามีคำตอบให้คุณแล้วล่ะ คำที่ใช้แทนคำว่า " ความรัก " ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า " ใส่ใจ " หากคุณคิดที่จะบอกรัก... หรือรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน ลองถามตัวเองดูว่า...... คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ ไม่ใช่ การเอาใจ หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้ ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อซื้อซื้อของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ... นั่นแหละถึงเรียกว่า ความใส่ใจ หรือ " ความรัก " นั่นเอง
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความหึงหวง หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน ถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง....ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น... นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว หากแต่มี ความถนอมน้ำใจ ด้วย หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่าง ด้วยความตั้งใจ...แต่คุณกลับไม่ชอบมัน ขอให้คุณคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
... ใส่ใจในความรู้สึกของเค้าด้วย ....
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ ไม่ใช ่การเอาแต่ใจ หากคุณทะเลาะกับคนรัก แต่แล้ววันรุ่งขึ้น....คนรักของคุณยังโทรมา
แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่าง ๆ เหมือนทุกๆวัน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่หายโกรธ... นั่นแหละเรียกว่าความใส่ใจ .....
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ คือ ความเห็นใจ หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลังเพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ.. นั่นแหละเรียกว่า ความใส่ใจ คนเราบางครั้ง....ก็ต้องการมีใครซักคนคอยใส่ใจเราบ้าง....
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ คือ ความห่วงใย หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีเอามาก ๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า "ถึงหรือยัง" "ปลอดภัยดีไหม" "เหนื่อยไหม"
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ คือ การให้กำลังใจ หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้และโทรมาบอกว่า "โชคดีนะ" "ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้ " ถ้าหากคุณต้องขับรถคนเดียวมันจะรู้สึกดีเอามาก ๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า "ขับรถดีๆนะ"
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ คือ การเอาใจใส่ หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย คุณจะรู้สึกเหมือนจะหายจากไข้ หากคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมาก ๆ พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วง และใส่ใจ นั่นแหล่ะ "ความรัก"
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลาย ๆ ด้านคุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่
ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน แต่เรากลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร ่ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน ความเกรงใจเป็นสิ่งดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน
[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[[
คุณเห็นไหมล่ะว่า ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน เพราะความใส่ใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เพียงแต่วันนี้ .... คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?????
30. ใครมีแฟนแล้วก็อ่านไว้ซะ ใครยังไม่มีก็ศึกษาไว้ก่อน
ความรักที่หวานชื่นในช่วงที่เป็นแฟนกัน ไม่ใช่สิ่งที่ทำนายว่าคุณและเขาจะใช้ชีวิตคู่ได้อย่างยั่งยืนเสมอไป เพราะการใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างอบอุ่นและยาวนาน คุณและเขาต้องใช้ความอดทนและการปรับตัว รวมทั้งต้องรู้จักถนอมความสัมพันธ์ที่หวานชื่นให้คงอยู่ตลอดไป เจนนิเฟอร์ ซอสคี นักจิตวิทยาด้านความสัมพันธ์จากนิวยอร์ค แนะนำ 10 ข้อคิดเพื่อถนอมชีวิตรักไว้ดังนี้ค่ะ
1. คุยกันได้ทุกเรื่อง
ทั้งเรื่องเงิน งาน กิจกรรมในชีวิตประจำวัน คุณและเขาสามารถบอกเล่าหรือแบ่งปันความรู้สึกที่แท้จริงให้อีกฝ่ายรับรู้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะคิดไม่เหมือนกันหรือกลัวคำพูดที่แสลงใจจากเขา
2. พร้อมที่จะให้อภัย
ไม่ว่าฝ่ายใดทำผิด ต่างก็พร้อมที่จะกล่าวคำขอโทษ โดยไม่รู้สึกเสียหน้า หรือหมดฟอร์ม ในขณะที่อีกฝ่าย ก็พร้อมที่จะให้อภัยจากใจจริง
3. มีความรู้สึกที่เป็นเพื่อนต่อกัน
การที่คุณและเขา ไม่เพียงเป็นคู่รักที่หวานชื่นต่อกันเท่านั้น แต่ยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกันเหมือนเพื่อนรักคนหนึ่ง จะทำให้ยอมรับในอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น ไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ คุณและเขาต่างก็ให้เกียรติ ไว้ใจ และยอมรับความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น
4. ยอมรับข้อด้อยของอีกฝ่าย
ถ้าคุณยอมรับความจริงได้ว่า ไม่มีใครดีพร้อมสมบูรณ์แบบ แม้แต่ตัวคุณเอง จะทำให้คุณยอมรับข้อด้อยของเขาได้ จึงควรยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่อย่างที่คุณคาดหวังจะให้เขาเป็น และอย่าไปคาดว่าคุณจะมีอิทธิพลที่จะเปลี่ยนแปลงเขาได้ ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มักจะมาจากแรงจูงใจ และความต้องการจากตัวเขาเอง จึงควรหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ถึงจุดด้อยในตัวเขา โดยเฉพาะในยามที่มีปากเสียงกัน เพราะเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มคิดว่าเขาแย่หรือเลวมากขึ้น ชีวิตคู่ก็เริ่มต้นนับถอยหลังกันแล้วล่ะ
5. ยอมรับความแตกต่าง
คงจะไม่มีคู่ไหน ที่จะมีอะไรๆ ตรงกันไปเสียทั้งหมด ก็ในเมื่อความจริงคุณและเขาไม่ใช่คนๆเดียวกัน การยอมรับความเป็นปัจเจกชนของเขา ปล่อยให้เขาได้มีเวลาสำหรับกิจกรรมที่เขาชอบ และคุณเองก็มีเวลาที่จะอยู่กับกิจกรรมที่คุณชอบด้วยเช่นกัน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ไม่ได้หมายความว่าคุณและเขาจะต้องเกาะแจกันอยู่ตลอดเวลา บางทีการได้อยู่ห่างกันบ้าง จะช่วยเพิ่มความโรแมนติคและความคิดถึงกันได้
6. ไม่ขาดคำชม
การรู้จักเอ่ยชมกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีๆต่อกัน อย่าไปอายว่าเมื่ออยู่ด้วยกัน จะมาชมกันอีกทำไม เพราะคนเรานั้น ชอบคำชม แต่ต้องชมอย่างจริงใจ แม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เขาทำให้คุณ ถ้าคุณชมเขาสักหน่อย จะทำให้เขามีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งดีๆให้กับคุณอีก
7. เอื้ออาทรต่อกัน
มีความเอื้ออาทร ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เป็นกำลังใจ และให้ความช่วยเหลือในยามที่เขามีปัญหา หรือไม่สบายใจ
8. ซื่อสัตย์ ไว้ใจ
ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณหวาดระแวง ไม่ไว้ใจ หรือสูญเสียความศรัทธาต่อคู่ของคุณ ชีวิตคู่ก็เริ่มสั่นคลอนแล้วล่ะ
9. สร้างบรรยากาศแรกรัก
การไม่ลืมที่จะสร้างบรรยากาศหวานซึ้งเหมือนช่วงจีบกันใหม่ๆ จะช่วยให้ความหวานชื่นยังคงอยู่ตลอดไป อาจจะเปิดเพลงหวานๆ ฟังด้วยกันในห้องนอน หาหนังรักโรแมนติคมาดูด้วยกัน หรือสิ่งอะไรก็ตามที่คุณและเขาเคยทำด้วยกันในยามแรกรัก จงอย่าลังเลที่จะทำอีก เพราะจะช่วยเติมความรู้สึกดีๆต่อกัน ดีกว่าปล่อยให้เขาไปทำหวานกับคนอื่นน่า
10. บอกรัก
บางครั้งการอยู่ด้วยกันนานๆ อาจทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าเขายังรักเราอยู่หรือเปล่า โดยเฉพาะผู้หญิง มักคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อตระหนักถึงความรักที่มีต่อกัน จึงควรบอกรักคู่ของคุณอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคุณผู้ชาย อย่าลืมบอกรักเธอ เพื่อให้ความมั่นใจในความรักที่คุณมีต่อเธอ
31. จงรัก... ภักดี
เรามีเรื่องของคู่รัก 2 คู่มาเล่าให้ฟัง?
ทั้ง 2 คู่ต่างก็เป็นคู่รักที่รักกันมาก ดูแลเอาใจใส่และเข้าอกเข้าใจกันมานาน 7- 8 ปี เป็นคู่รักที่คนรู้จัก ต่างก็แน่ใจว่าอีกไม่นานก็คงได้ยินข่าวดีจากคู่รัก 2 คู่นี้แน่ๆ แต่แล้ววันนึงก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับคู่รักทั้ง 2 คู่?.. เมื่อฝ่ายชายก็ได้พบใครใหม่ที่คิดว่า "ใช่" มากกว่า ผู้หญิงคนใหม่ที่สวยกว่าและมีเสน่ห์มากกว่า
ฝ่ายชายตัดสินใจคบดูใจด้วยโดยที่ยังไม่เลิกกับคู่รักเดิม?. ยิ่งคบเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่ ผู้หญิงคนใหม่ที่คบกันมา 2 - 3 เดือน กับคนรักคนเดิมใน 7- 8 ปีที่ผ่านมาเริ่มถ่วงดุลน้ำหนักที่เท่ากันบนตาชั่งการตัดสินใจของเขา ทายสิว่า ชายหนุ่มทั้งคู่เลือกใคร เขาทั้งคู่เลือกผู้หญิงคนใหม่?. สิ่งที่ผู้ชายทั้งคู่ต่างหยิบยกมากล่าวถึงก็คือ คนรักคนเดิมที่เคยคบด้วย มีอะไรบางอย่างที่เขาไม่ค่อยชอบใจ อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวบางประการ แต่ในขณะที่คบกันมานั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่เขาพอรับได้เมื่อเทียบกับความดีอื่นๆที่เธอทำให้เขา
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักอย่างหมดใจที่เธอมีให้เขา แต่วันนึงที่พบผู้หญิงคนใหม่ อะไรที่เคยทนได้ก็กลับทนไม่ได้ขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนใหม่ไม่ได้มีข้อเสียในจุดนั้นเหมือนคนรักเก่า แต่ข้อแตกต่างอยู่ที่?ผู้ชายคนที่ 1 ถูกคนรักของเขาจับได้เองว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่ และเมื่อขาบอกว่าเขาเลือกผู้หญิงคนใหม่ เขาให้เหตุผลว่า "เขาดีกว่าคุณทุกอย่าง เขาคอยดูแลผม เขาเข้าใจผม (และที่สำคัญเขาสวยกว่า และใหม่กว่าคุณด้วย)" ส่วนผู้ชายคนที่ 2 ?เลือกสารภาพกับคนรักว่า "ผมเป็นคนผิดเองที่นอกใจคุณ แต่คนที่ผมเลือกก็เป็นเขา ขอโทษนะ ผมผิดเอง ขอโทษจริงๆ" ถามคุณว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างการปฏิบัติของผู้ชาย 2 คนนี้?.แบบไหนที่ดูเป็น"ลูกผู้ชาย"มากกว่ากัน แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามีทางเลือก?ผู้หญิงเราคงไม่เลือกสักทาง จริงไหม เพราะถ้าเราเลือกได้จริงๆ เราก็ขอเลือกให้เขามีเราคนเดียวมากกว่า
เราเชื่อว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่(อาจจะไม่ทุกคน?แต่ก็เชื่อว่าเป็นจำนวนมาก) ต้องการมากที่สุดในการตัดสินใจที่จะรักและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใครสักคนแล้ว ก็คือความ "จงรัก" และ"ภักดี" คุณทมยันตี เคยกล่าวถึงคำทั้ง 2 คำไว้ และเราสรุปเป็นใจความได้ว่า "จงรัก" อาจจะมากมายในวัยหนุ่มสาว อาจจะร้อนแรง อาจท่วมท้นในยามแรกรัก แต่วันนึงอาจจะจืดจางได้ตามกาลเวลา แต่คนรักคู่ใดๆในโลกก็มักเริ่มชีวิตคู่ด้วยคำๆนี้ แต่"ภักดี" นั้นชั่วชีวิต ความจงรักหรือความรักนั้น เราเชื่อว่ามันไม่เข้มข้น ร้อนแรงตลอดไปก็จริง แต่มันคงเหลืออวลไอเป็นใยบางๆไว้ตราตรึงใจบ้างกระมังในยามที่เราหวนนึกถึงมัน แต่การที่คนสองคนอยู่กันมานานแสนนานขนาดนี้ ย่อมต้องมีความผูกพัน ความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจซึ่งกันและกันบ้างไม่มากก็น้อย
สิ่งที่เราเห็นจากคู่รักทั้ง 2 คู่ก็คือ?ฝ่ายชายหมดความ "จงรัก"ลงไป แต่ความรู้สึกอื่นๆล่ะ ความผูกพันของคนสองคน ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าอกเข้าใจที่เคยมี มันไม่เหลือพอที่จะผูกใจเขาให้อยู่กับเราแล้วหรือ คู่รักทั้ง 2 คู่ เป็นคู่ที่เรารู้จักดีทั้ง 2 คู่ ตอนที่เขารักกัน เขาก็รักกันมาก เขาดูแลกันเป็นอย่างดี ตอนนี้เมื่อถึงจุดแตกหัก เราพอรู้ว่าฝ่ายหญิงจะเป็นอย่างไร พอเข้าใจว่าผู้หญิงที่รักและภักดีต่อฝ่ายชายแต่เพียงผู้เดียวจะรู้สึกอย่างไร ผู้หญิง 1 ใน 2 คนนี้บอกกับฝ่ายชายตอนที่เขามาขอเลิกว่า "ไม่เป็นไร ฉันจะอยู่กับคุณก่อน จะอยู่ดูแลคุณอีกสักพักเพราะตอนนี้ คนรอบข้างคุณและเพื่อนๆของเราไม่ค่อยมีใครอยู่ข้างคุณแล้ว พอเพื่อนๆของเรายอมรับผู้หญิงคนใหม่ของคุณได้แล้วฉันก็จะไป" แต่ฝ่ายชาย เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะคิดอย่างไร อาจจะกำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนใหม่ ความรักอาจกำลังท่วมท้น อาจกำลังวางแผนสร้างอนาคตที่สดใสกันอยู่ เขาอาจจะมีความรักที่รุ่งโรจน์กว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้ เราก็หวังไว้แต่ว่าวันนึง เขาคงจะไม่เจอคนที่ "ใช่มากกว่า" อีก เพราะนั่นหมายถึง ผู้หญิงที่ต้องเสียใจจะเพิ่มขึ้นอีก 2 คน ถ้าเราคิดจะมองหาคนที่ถูกใจ คนที่ "ใช่" คุณเชื่อไหมว่า เราหาได้เกือบชั่วชีวิต แต่คนที่จะตรงใจคุณจริงๆ 100% นั้น ไม่มีหรอก นอกจากคุณจะหยุดความต้องการที่ไม่มีข้อสิ้นสุดของตัวคุณเองลง เราเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา ไม่ได้ต้องการบอกว่าใครผิดใครถูก แต่ต้องการให้คุณหยุดคิดสักนิดว่า อะไรในชีวิตที่คุณต้องการ อะไรที่เป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่ากัน มนุษย์เรา หากจะรักและคิดจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร ก็คงจะต้องการเพียงแต่"เพื่อนคู่ชีวิต" สักคน คนที่อยู่กับเราเสมอไม่ว่ายามทุกข์ยาก ลำบาก หรือผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน คนที่มองเห็นข้อเสียและข้อผิดพลาดของคุณแต่ก็ยังรักและยังอภัยให้คุณได้เสมอ คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณแม้คุณจะกลายเป็นตาแก่หัวล้าน พุงยาน เขาก็พร้อมที่จะแก่เฒ่าไปพร้อมกับคุณ แต่คนที่ว่ามานี้ คุณมักลืมเขาในยามที่คุณยังมีความสุขอยู่ ในยามที่ชีวิตของคุณยังเป็น"ผู้เลือก"ที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้ถูกเลือกได้อยู่
ในยามที่คุณยังมีหน้าตา มีเครื่องประกอบชีวิตที่เป็นที่สนใจจากคนเหล่านั้นอยู่ คุณอาจจะต้องนึกถึงเขาอีกที ในยามที่คุณไม่มีใครแล้ว ในยามที่คนที่คุณคิดว่า"ใช่" เขาก็ไปกับคนใหม่ที่เขาก็คิดว่า "ใช่" มากกว่าคุณเหมือนกัน ...
32. นี่คือการเตือนให้ระวังคนโรคจิตที่ชอบหาเพื่อน
โปรดระวังในการไปสถานที่ต่อไปนี้เป็นพิเศษ
1. ทะเล หาดทราย สายลม สองเรา เวลาไปเดินเล่นให้สวมใส่รองเท้าด้วยเพราะตามชายหาดจะเป็น ที่มั่วสุมของคนเหล่านี้ อาจมีสริง (หลอดฉีดยา) ของผู้เสพซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนทราย
2. สนามเด็กเล่นที่เป็นที่นิยม เหตุเกิดที่ประเทศออสเตรเลีย เด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ผู้หนึ่งถูกแทงเข็มฉีดยา ขณะกำลังลื่นลงกระดานเลื่อน หลังจากไปตรวจก็พบเชื้อ HIV+ (เหตุการนี้คงไม่เกิดขึ้นที่สวนลุมนะ)
3. โรงภาพยนตร์ ให้ตรวจเช็คเก้าอี้ด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งขณะนั่งลงที่เก้าอี้ ในโรงหนัง แล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างแทงเข้าไปในเนื้อหล่อนจึงก้มลงดู จึงพบ note เล็กๆ เขียนข้อความว่า "ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง คุณติดเชื้อHIV+ แล้ว" แพทย์ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าเธอได้รับเชื้อ HIV+ จริง (เหตุเกิดที่ฮาวาย)
ปล. ส่งข้อความนี้ให้คนที่คนรักและห่วงใยด้วยนะจ๊ะ
33. ถ้าท่านอยากรู้
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 10 ปีมีค่าขนาดไหน
ถามคู่แต่งงานที่เพิ่งหย่าร้างกัน
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 4 ปีมีค่าขนาดไหน
ถามนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งรับปริญญาจากมหาวิทยาลัย
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ปีมีค่าขนาดไหน
ถามนักเรียนที่สอบไล่ตก
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 9 เดือนมีค่าขนาดไหน
ถามแม่ที่เพิ่งคลอดลูก
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน
ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน
ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน
ถามคนรักที่รอพบกัน
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 นาทีมีค่าขนาดไหน
ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาทีมีค่าขนาดไหน
ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาทีมีค่าขนาดไหน
ถามนักกีฬาโอลิมปิคที่ชนะเหรียญเงิน
ถ้าท่านอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน
ลองเสียเพื่อนสักคนหนึ่ง
เวลาไม่เคยรอใคร เมื่อมันผ่านไปแล้ว มันจะไม่กลับมาอีก
จงใช้เวลาของท่านทุกขณะอย่างดีที่สุด
ท่านจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อท่านแบ่งปันกับคนที่พิเศษสุดในชีวิตของท่าน
34. สรรพากรยุคใหม่
สรรพากรยุคใหม่ ให้ยื่น ภงด.91 ได้ทางอินเทอร์เน็ต จ่ายเพิ่มทาง ATM ส่วนการคืนภาษีเลิกจ่ายเงินสด
งดเข้าบัญชี นายช.นันท์ เพ็ชญไพศิษฎ์ รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2545
ที่จะถึงนี้ กรมสรรพากรจะเปิดให้ผู้มีเงินได้ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประเภท ภ
งด.91 ทางอินเทอร์เน็ตผ่านเวปไซต์ของกรมสรรพากรคือ http://www.rd.go.th โดยไม่ต้องไปยื่นเสีย
ภาษีที่สำนักงานเขต หรือสรรพากรพื้นที่อีกต่อไป ซึ่งกรมสรรพากรจะจัดทำข้อมูลและวิธีคำนวณการเสีย
ภาษีไว้ให้เสร็จเรียบร้อย เพียงแต่ผู้เสียภาษีจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และถูกต้องตามความจริง ส่วน
ผู้มีเงินได้รายใดที่ต้องการชำระภาษีเพิ่มเติม ก็สามารถจ่ายผ่านทางระบบเอทีเอ็ม ของธนาคารพาณิชย์
ขนาดใหญ่ได้ โดยกดรหัสหรือโค้ดที่กรมสรรพากรระบุไว้ทางอินเทอร์เน็ตให้ถูกต้องเท่านั้น ซึ่งได้รับความ
ร่วมมือจาก ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย
และธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น สำหรับการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น กรมสรรพากรในปีงบ
ประมาณ2544 ที่จะต้องยื่นชำระตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคม2545 นั้น กรมสรรพากรได้ยกเลิก
ระบบคืนภาษีแบบเดิม ที่คืนด้วยเงินสดที่จะต้องไปรับเองที่สำนักงานสรรพากรภูมิลำเนา และยกเลิกระบบ
คืนภาษีแบบโอนเข้าบัญชีเงินฝาก โดยจะคืนภาษีด้วยเช็คของธนาคารกรุงไทยแทน โดยกรมสรรพากรได้
ลงนามในบันทึกข้อตกลง การจัดพิมพ์เช็คและการใช้เช็คคืนภาษีกับธนาคารกรุงไทยแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่
2 มกราคม เป็นต้นไป กรมสรรพากรจะใช้วิธีการคืนภาษีให้กับผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยวิธีการ
ใช้เช็คส่งให้ทางไปรษณีย์เท่านั้น ผู้เสียภาษีไม่ต้องเดินทางไปติดต่อหน่วยงานสรรพากร เพื่อรับคืนภาษี
แต่อย่างใด เพียงรอรับหนังสือแจ้งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ค.21) พร้อมสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงไทย
สาขาย่อยกรมสรรพากร ในฉบับเดียวกันให้กับผู้ขอคืนภาษีที่ภูมิลำเนาทั่วประเทศ ซึ่งวิธีการคืนภาษีด้วย
เช็คนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาที่ผู้ขอคืนภาษีบางราย ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการคืนเงินเข้าบัญชีหรือไม่
และทำให้การคืนภาษีรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยผู้เสียภาษีจะได้รับคืนเงินภายใน 30 วัน หลังจากยื่นแบบ
แต่ผู้เสียภาษีจะต้องระบุภูมิลำเนาที่อยู่ให้ถูกต้อง และใช้แบบ ภงด.91 ที่กรมสรรพากรจัดส่งให้ เพราะได้
จัดทำฐานข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว
35. ทฤษฎีความรักกับรถเมล์
ทฤษฎีความรัก - นั่งรถหรือเดินดี
you know, love is just like someone waiting for a bus.
คุณรู้ไหม ความรักมันก็เหมือนกับการรอรถเมล์
when the bus comes, you look at it and you said to yourself.
เมื่อรถเมล์มา คุณมองไปที่มัน และบ่นกับตัวเองว่า
"eee....so full....cannot sit down one".
"อี๋... คนเพียบเลย ไม่มีที่นั่งด้วย"
so you said to yourself, "i'll wait for the next one".
และคุณก็พูดกับตัวเองว่า "ฉันรอคันต่อไปดีกว่า "
so you let the bus go and waited for the second bus.
และคุณก็ปล่อยให้รถเมล์คันนั้นผ่านคุณไปแล้วรอรถเมล์คันที่2
then the second bus came, you looked at it and you said,
เมื่อรถคันที่ 2นั้นมา คุณมองไปที่รถเมล์นั่นแล้วบ่นว่า
"eee...this bus so old..surely very uncomfortable one."
"อี๋... รถเก๊าเก่า มันต้องนั่งไม่สบายแน่เลย"
so you let the bus go and again, decided to wait for the next bus.
แล้วคุณก็ปล่อยให้รถเมล์คันนั้นผ่านไปอีกครั้ง และตัดสินใจที่จะรอรถเมล์คันต่อไป
after a while another bus came,
และแล้วรถเมล์อีกคันก็มาถึง
it's not crowded, not old but you said,
คราวนี้มัน คนไม่เยอะ และรถก็ไม่เก่าแต่คุณก็ยังบ่นอีกว่า
"eee..no air-con one..and the weather is so warm,better wait for the next one"
"อี๋... แอร์ก็ไม่มี ตอนนี้อากาศร้อนจะตาย รอรถคันใหม่ดีกว่า"
so again you let the bus go and decided to wait for the next bus.
อีกครั้งหนึ่งที่คุณปล่อยให้รถเมล์ผ่านคุณไป และตัดสินใจที่จะรอรถอีกคัน
then the sky started to get dark as it is getting late.
ท้องฟ้าชักเริ่มครึ้มๆ และก็มันก็เริ่มสายแล้ว
you panicked and jump on to the next on coming bus.
คุณชักเริ่มกระวนกระวายในการรอรถเมล์
it is not until much later that you found out
จนแล้วจนรอดรถเมล์ก็ยังไม่สักที
that you had boarded on to the wrong bus!
นั่นแหล่ะคุณจึงเริ่มรู้แล้วว่าคิดผิดที่ไม่ขึ้นรภคันก่อนหน้านี้
so you wasted your time and money waiting for what you want!
คล้ายๆกับคุณยอมที่จะเสียเงินและเวลา เพื่อที่จะให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
even if an airson bus came, can you ensure that the aircon bus
ถ้าหากว่าคุณคิดว่ารภเมล์ธรรมดาที่ผ่านมาเป็นรถแอร์ไม่ได้เหรอไง
won't break down or whether will the aircon be too cold for you?
แอร์อาจจะเสีย หรือไม่ก็คิดว่ามันเป็นแอร์ที่เย็นพอสำหรับคุณ
so people wanting to get what you want is not wrong.
การที่คนมากมาย ต้องการที่จะได้อย่างที่เราต้องการมันไม่ผิดหรอก
but it wouldn't hurt to give other people a chance right?
แต่คุณจะไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ที่คุณหยิบยื่นโอกาสที่ตัวเองควรจะได้ให้คนอื่นไป
if you found that the "bus" doesn't suit you,
ถ้าหากว่าคุณพบว่ารถเมล์คันนั้นเป็น คันที่อาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณต้องการ
just press the redbutton and get off the bus.
ก็เพียงแค่ กดกระดิ่งเป็นสัญญาณขอลง แล้วก็ลงจากรถ เท่านั้นก็จบ
but wait...i'm sure you have this experience before.
แต่เดี๋ยวก่อน ผมแน่ใจเลย ว่าคุณต้องเคยเจออย่างนี้มาก่อน
you saw a bus coming (the bus you want of course)
คุณเห็นรถเมล์กำลังวิ่งมา (แน่นอนว่ามันเป็นรถเมล์คันที่คุณต้องการ)
you flagged it but the driver act blur
คุณโบกมือเรียกให้รถหยุด แต่คนขับดันเบลอ
by pretending not seeing you and zoomed pass you!
ไม่เห็นว่าคุณโบกมือ แล้วรถคันนั้น ....รถคันนั้นที่คุณรอมาตั้งนานก็ผ่านคุณไปต่อหน้าต่อตา
well, and when the bus zoomed pass, what you may have to do is WALK!!!!
ดีแล้วเมื่อรถเมล์ที่คุณต้องการผ่านไปแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคราวนี้คือการเดิน
the bottom line is being loved is like waiting for a bus whether you want.
มันก็คล้ายกับชีวิตรักของเราๆ เหมือนกับที่เรารอรถที่เราต้องการ
to get on the bus and give the bus a chance depends totally on you.
เพียงแค่ขึ้นไปบนรถ ให้โอกาสรถนั้นได้โอบอุ้มความรักคุณไว้
and walking is like being out of love.
และการที่คุณเดินนั้นแหล่ะที่คุณปล่อยให้ความรักหลุดลอยไป
you never lose by loving.
คุณจะไม่มีวันเสียอะไรถ้าคุณคิดจะรัก
you always lose by holding back.
แต่ถ้าคุณไม่ดึงรักที่ผ่านเข้ามาไว้ คุณก็จะเสียโอกาสที่คุณควรจะมี อย่าปล่อยให้คนที่เข้ามาหลงชอบคุณ
แต่เขาเป็นคนที่คุณไม่สนใจ ไม่ใช่คนที่คุณต้องการ อาจจะไม่สวยไม่ใช่สเป็กคุณ ปล่อยให้เขาผ่านไป หรือ
จากคุณไป เมื่อเขาออกไปจากชีวิตคุณ คุณอาจจะเพิ่งเริ่มรู้สึกก็ได้ ว่าเขามีความสำคัญต่อคุณแค่ไหน และ
ในตอนนั้นคุณอาจจะไม่มีโอกาศที่จะดึงเขากลับมาอีกแล้ว
36. คุณรู้หรือปล่าวว่าคุณได้กลายเป็นมนุษย์ยุค 2002 ไปแล้ว
เมื่อ...
1.เมื่อเพื่อนใหม่ขอที่อยู่ของคุณ แต่คุณกลับให้อีเมล์แอดเดรสแก่เขาแทน
2.เมื่อตื่นนอนตอนเช้าแทนที่คุณจะไปล้างหน้าล้างตา คุณกลับไปที่คอมพิวเตอร์เปิดเช็คอีเมล์ก่อน
3.เมื่อคุณรู้สึกว่าการส่งจดหมาย EMS นี่ช่างอืดอาดล่าช้าไม่ทันใจเสียจริงๆ
4.เมื่อคุณ chat อย่างสนิทสนมกับคนแปลกหน้าทั่วประเทศ แต่กับคนข้างบ้านคุณกลับไม่สนใจทักทายแม้
สักคำ
5.เมื่อโต๊ะอาหารทุกมื้อของคุณคือแป้นพิมพ์หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์
6.เมื่อเวลาคุณยิ้มกับใครคุณมักจะเผลอทำคอเอียงๆ แล้วก็ยิ้ม : )
7.เมื่อคุณรู้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ตกรุ่นเสียแล้วทั้งๆที่ซื้อมาใหม่ๆเมื่อสองเดือนก่อน
8.เมื่อคุณอายุเกินสามสิบปีแล้วแต่คุณยังชอบใช้ภาษาเด็กๆสนทนาในอินเทอร์เน็ต แบบว่า อะนะ จิงป่าว
9.เมื่อคุณเป็นคนกล้าที่จะแสดงออกแทบทุกอย่างทางอินเทอร์เน็ต ขอแต่เพียงอย่าให้รู้ว่าคุณเป็นใครก็
แล้วกัน
10.เมื่อคุณได้รับเรื่องขำขันทางอีเมล์ทีไร คุณมักจะชอบ FW ส่งไปให้เพื่อนทุกที(ฮิ ฮิ )
จาก สำนักข่าวชาวพุทธ
37. เมื่อคืนคุณฝันอะไร?
เมื่อคืน คุณฝันแบบนี้หรือเปล่า? ความฝันที่เราฝันกันอยู่ทุกคืนนั้น สามารถบอกอะไรเราได้เหมือนกันนะจ๊ะ
เชื่อมั้ยเอ่ย เรื่องของความฝันบางทีก็อาจเป็นลางบอกเหตุ ให้เรารู้ล่วงหน้านะ ลองมาดูกันดีกว่า ว่าเมื่อคืน
เราฝันว่าอะไร แล้วหมายความว่ายังไง
ฝันว่าทนทุกข์ทรมาน เพราะเจ็บป่วย คุณอาจจะทำอะไรที่เป็นการเอาแต่ใจตัวเอง กับคนในครอบครัว หรือ
เพื่อนฝูงเข้าก็ได้ เลยเกิดความรู้สึกผิดขึ้นในใจ
ฝันว่ากินของอร่อยๆ จนพุงกาง ถ้าคุณเป็นหวัด หรือป่วยไข้ อาจจะหายได้ยากต้องรักษาตัวกันนาน หรือ
อาจทำของมีค่าหาย เพราะฝันแบบนี้เป็นลางว่า อาจจะเกิดความเสียหายขึ้น
ฝันว่าอ้วนเอาอ้วนเอา แหม! ไม่ดีเลยฝันแบบนี้ แต่เชื่อไหมว่า ฝันแบบนี้เป็นลางดี แสดงว่าความปรารถนา
ของคุณ กำลังจะเป็นจริงแล้ว แถมตอนนี้คุณกำลังมีเสน่ห์แรงอีกด้วย
ฝันว่าผอมลง อย่าเพิ่งดีใจนะ เพราะฝันแบบนี้แสดงว่าคนที่คุณแอบปิ๊งอยู่ หรือแฟนของคุณกำลังหลงรัก
คนอื่นที่ไม่ใช่คุณอยู่
ฝันว่าบินอยู่บนท้องฟ้า ถ้าคุณเห็นตัวคุณบินอยู่ ก็แสดงว่าคุณจะสามารถเอาชนะคู่แข่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา
กันมานานได้ แต่ถ้าเห็นคนอื่นบินละก็...แสดงว่าคุณจะแก้ปัญหาหนักอกได้ในเร็วๆ นี้
ฝันว่าวิ่งหนี ช่วงนี้ต้องระวังให้ดี คุณอาจจะทำของรักหาย หรืออาจจะได้รับความรู้สึกที่สะเทือนใจอย่าง
หนัก
ฝันว่ากำลังว่ายน้ำอยู่ในทะเลหรือสระ ดีใจด้วย คุณกำลังจะได้เพื่อนใหม่เร็วๆนี้
ฝันว่าได้แผลและมีเลือดออก ไม่ต้องตกอกตกใจ ฝันแบบนี้แสดงว่าคุณกำลังจะได้รับข่าวดี หรือสิ่งที่คุณ
หวังกำลังจะกลายเป็นจริง
ฝันเห็นวัวหรือม้า หมายความว่าเร็วๆ นี้คุณจะมีเรื่องน่ายินดี ยิ่งถ้าฝันว่าถูกม้ากัดละก็แสดงว่าที่คุณไปสอบ
อะไรๆไว้นั้น จะได้สมใจคุณแน่ๆ
ฝันว่าหล่นจากที่สูง แสดงว่าภายในใจของคุณกำลังมีเรื่องวิตกกังวลอยู่ หรือปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก
ฝันว่าเห็นงูยั้วเยี้ยไปหมด คุณจะได้ลาภเป็นเงินทองจำนวนมาก แต่ต้องระวังเพราะคุณอาจจะโดนนินทา
หรือโดนใส่ร้ายจากคนที่อิจฉาคุณ
ฝันว่าร้องไห้ ถ้าน้ำตาไหลด้วยละก็คุณจะโชคดี แต่ถ้าน้ำตาไม่ไหลเลย ก็อาจจะหมายความว่า สิ่งที่คุณ
หวังไว้มันจะไม่ได้ดังใจ
ฝันว่าเดินอยู่ดีๆ ฝนก็ตกลงมาจนคุณเปียก แสดงว่าคุณกำลังจะได้เจอกับเพื่อนใหม่ที่แสนดี และอาจจะ
เป็นเพื่อนตายกับคุณตลอดไป
ฝันว่าฟันหัก คุณต้องระวังหน่อยนะ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ หรืออาจจะได้รับข่าวร้าย เกี่ยวกับสุขภาพของ
ญาติผู้ใหญ่ที่คุณเคารพ
ฝันว่าไฟไหม้ แล้วไฟติดเสื้อผ้าคุณด้วย แสดงว่าคุณจะได้รับค่าขนม หรือเงินเดือนเพิ่ม และยังอาจได้เสื้อ
ผ้าชุดใหม่ด้วย
ฝันว่าดาราในดวงใจของคุณมาพูดคุยด้วย คุณกำลังจะได้พบเรื่องดีๆ สนุกๆ เร็วๆนี้
ฝันว่าได้นั่งทานอาหารกับใครไม่รู้สองต่อสอง แสดงว่าคุณกำลังจะมีหวานใจเร็วๆนี้
ฝันเห็นทะเลที่เงียบสงบไม่มีคลื่นลม คุณจะได้พบความรักที่แสนวิเศษ แต่ถ้าเห็นทะเลมีคลื่น คุณอาจจะมี
คนที่คุณไม่ชอบขี้หน้ามาหลงรัก หรือไม่ความรักของคุณก็กำลังจะมีคู่แข่ง แต่ถ้าเห็นทะเลกำลังบ้าคลั่งละ
ก็ต้องระวังตัวของคุณไว้ให้ดีแล้วหละ
ฝันเห็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา ถ้าสีของหญ้าเป็นสีเขียวชอุ่ม แสดงว่าจะมีคนมาสารภาพความในใจกับ
คุณ แต่ถ้าเป็นหญ้าที่เหี่ยวแห้งละก็ต้องระวัง เรื่องการกระทำของคุณให้ดี ทำอะไรควรจะใจเย็นๆ เข้าไว้
ฝันเห็นนกพิราบ ถ้าเป็นนกพิราบฝูงใหญ่ แสดงว่าความรักของคุณกำลังจะสมหวัง โดยความช่วยเหลือจาก
คนรอบๆ ตัวคุณนั่นแหละ แต่ถ้าเห็นกพิราบเพียงตัวเดียวละก็ ความรักของคุณกำลังจะมีอุปสรรคแล้ว ต้อง
รีบประกบหวานใจของคุณไว้ให้ดี อาจจะมีมือที่สามเข้ามาทำลายความรักของคุณได้
ฝันว่าย้ายบ้าน หรือเก็บกวาดห้อง เป็นลางดีว่า คุณจะได้พบเพื่อนต่างเพศที่รู้ใจ
ฝันว่าขึ้นลิฟท์ แสดงว่าคุณจะได้พบกับเรื่องดีๆ แต่ถ้าลิฟท์กำลังลงละก็ ถ้าคุณจะทำอะไร ต้องรอบ
ครอบอย่าผลีผลาม รอดูโอกาสก่อน
ฝันเห็นประตูรั้ว ถ้าเห็นประตูรั้วปิด แสดงว่าความรักของคุณกำลังจะมีปัญหา แต่ถ้าประตูรั้วเปิดกว้างนั้น
แสดงว่า คุณจะประสบความสำเร็จในการติดต่อการผูกสัมพันธ์ หรือแม้แต่การบอกรัก ถ้าคุณกล้าพอที่จะ
บอกละก็ เขาหรือเธอคนนั้นจะ OK. กับคุณแน่นอน
![]()