
หน้า l 1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 I
53. มอบหลากหลายความหมาย ความรู้สึก ผ่านดอกไม้
ดอกกุหลาบสีแดงอ่อน : ดอกกุหลาบสีแดงอ่อนหรือสีแดงสดธรรมด๊า..ธรรมดาเนี๊ยนะ บ่งบอกถึงการตกหลุมรัก หรือแอบปลื้มใครซักคนอยู่ตอนนี้ก็น่าจะลองให้กุหลาบสีแดงอ่อน เป็นสื่อแทนใจเพื่อจะบอกหั้ยรู้ว่ามีคนกำลังแอบปิ๊งอยู่หน่ะซิ
ดอกกุหลาบสีแดงเข้ม : โชคดีจริง ๆ ถ้าเกิดมีใครให้ดอกกุหลาบสีแดงเข้มแล้วล่ะก็ รู้ไว้เลยเนอะว่าเค้าคนนั้นมีความรักที่สุดแสนจะลึกซึ้ง มั่นคงและแน่นปึ๊ก เรียกได้ว่าความรักนั้นไม่มีวันจืดจางไปจากหัวใจอย่างแน่นอน
ดอกกุหลาบสีขาว : ดอกกุหลาบสีขาวเป็นสีแห่งความรักที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ โดยไม่คิดเลยว่าความรักที่มอบให้ไปนั้นจะได้ความรักตอบกลับมาหรือเปล่า ยังงี้ก็จัดอยู่ในประเภทแอบรักข้างเดียวน่ะซิ
ดอกกุหลาบสีชมพู : เป็นความโรแมนติกที่แสดงถึงความรักหวานซึ้งที่ผู้ให้มีต่อผู้รับแต่ก็อย่าพึ่งดีใจไปหล่ะ เพราะว่ามันไม่ได้เป็นความรักที่ลึกซึ้งจริงจังอะไรนักหรอก แค่เป็นเพียงความรักที่ฉาบฉวยต้องการเปลี่ยนแปลง เพื่อแสวงหาสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเท่านั้นเอง
ดอกกุหลาบสีเหลือง : หลายคนเชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่ใช้สำหรับเยี่ยมคนป่วย เป็นตัวแทนแห่งมิตรสหายแต่จริง ๆแล้วก็สามารถให้กับเพื่อน ๆ ในโอกาสพิเศษได้เช่นกัน
ดอกยิปโซ : อย่าเห็นว่าเป็นแค่ดอกไม้เล็ก ๆ ที่แซมอยู่ในช่อดอกไม้ใหญ่นะ แล้วจะไม่มีความหมายอะไร แต่จริง ๆ แล้วบอกความหมายของตัวมันเองได้ดี ถึงความน่ารักในตัวเองและแสนประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน
ดอกไวโอเลต : แสดงถึงความรักที่เปิดเผยและจริงใจ ที่มอบให้แก่ผู้รับโดยที่เจ้าตัว ไม่มีเจตนาไม่ดีใด ๆ ซ่อนเร้นและแอบแฝง มีแต่ความหวังดีที่มอบให้
ดอกไอริส : ส่งผ่านความอบอุ่นของหัวใจไปกับดอกไอริสเพื่อเป็นตัวแทนของความนัยที่มีอยู่ในหัวใจและบอกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนมานานให้ได้รับรู้ว่าเราน่ะ จริงใจนะตัวเอง
ดอกแกลดิโอลัส : รักซะเหลือเกินจะบอกยังงัยดีนะ จะพูดก็ไม่กล้า นี่เลยต้องดอกแกลดิโอลัส ใช้มันเป็นตัวแทนเพื่อที่จะบอกว่า เรากำลังหลงใหลคลั่งไคล้อยู่อย่างจริงใจและจริงจัง
ดอกพิททูเนีย : บอกให้รู้ถึงความมั่นคงในความรัก แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปแสนนาน แต่ความรักนั้นยังมอบให้เธอไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าใครคนนั้นจะไม่เห็นค่าของมันเลย
ดอกคาร์เนชั่นสีแดง : สำหรับใครที่กำลังตกอยู่ในช่วง In Love ล่ะก็ อยากจะบอกเอาไว้ว่า อย่าคิดที่จะให้ดอกคาร์เนชั่นสีแดงแก่หวานใจเป็นอันขาด เพราะมันจะบอกถึงหัวใจที่แตกสลาย รู้อย่างงี้แล้วก็อย่าไปซื้อให้ใครเขาหล่ะ
ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู : ถ้ากำลังตกหลุมรักใครอยู่ แล้วอยากจะสารภาพรักออกไปให้เขารับรู้ ล่ะก็ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีชมพูได้เลย เพราะมันจะเป็นสื่อกลางแทนใจ บอกถึงความรักที่มีให้นั่นเอง
ดอกเบญจมาศสีเหลือง : เป็นดอกไม้แห่งความโชคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน ความรัก?..โอ้โห! ถ้าได้รับล่ะก็เชื่อได้เลยว่า happy สุดๆ รับปี 2002 เลย
ดอกเบญจมาศสีขาว : พูดถึงความซื่อสัตย์ต้องให้เขานี่เลย ดอกเบญจมาศ แสดงความจริงใจ มั่นคง ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นแน่นอน
ดอกทิวลิปสีแดง : แน่! แอบรักเขาอยู่ใช่ม๊ะ ถ้าคิดอยากจะเปิดเผยความนัยจัยออกไปล่ะก็ ลองใช้ดอกทิวลิปสีแดงเป็นตัวแทนบอกความรักก็ได้นะ แบบให้เค้ารู้ไปเลยว่ามีคนแอบลุ้นเราอยู่
ดอกสโนดรอป : แทนความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือจะสุข ก็ยังยืนหยัดอยู่คอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างอยู่เสมอ ไม่มีวันเสื่อมคลาย แม้ว่าวันเวลาหมุนผ่านไปยาวนานซักแค่ไหน (โรแมนติกสุด ๆ เลย)
ดอกฝิ่น : เป็นอีกหนึ่งดอกไม้ที่มีความเทห์มากค่ะ แต่ก้ออย่ามีไว้ครอบครองหล่ะ บอกถึงรักที่ลุ่มหลง Crazy มากเลย ถ้าแถมยังเท่ห์ไม่เหมือนใครด้วยนะ
ดอกฟอร์เกตมีนอต : แค่ชื่อก็ซึ้งซะไม่มี สำหรับอย่าลืมฉัน เพราะมันจะบอกความรักและความคิดถึงที่มีให้แก่กันอยู่เสมอ แม้ว่าเราจะอยู่ห่างกันสักแค่ไหน ก็จะยังอยู่ในจัยเพื่อคอยเตือนไม่ให้ลืมกัน
ดอกทานตะวัน : เป็นดอกไม้ที่แสดงถึงความหยิ่งทนงและเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งดอกทานตะวันเราจะมักไเรามักจะไม่ค่อยนิยมมอบให้กันในวันวาเลนไทน์ซักเท่าไหร่หรอกนะ
ดอกลิลลี่ : เป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์ อ่อนโยน และแสนจะจริงใจที่มีให้กันกับคนพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงว่าเป็นคนอ่อนไหวกับเหตุการณ์ต่างๆได้โดยง่าย
54. ความหมายของหัวใจ
เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่าเพียงแค่มีบางสิ่ง ............... ชีวิตก็มีความหมายแล้ว.................. มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง เมื่อมนุษย์ 2 คน มาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า......... 1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1 แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป................ ที่เล็กๆขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น ที่ทำให้เราอยู่รวมกันบนโลกใบนี้... อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ ใช้แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี.......
ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ
ความรักที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
ความรักที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
ความรักที่ทำเพื่อตัวเองนั่นไม่เรียกว่ารัก
ความรักที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
ความรักที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน
ความรักที่คุณจะเจอในอนาคตขอให้.............................อธิษฐานกันเอาเองนะ "ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้
ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"
55. ก้อนหินสำหรับคุณ ดอกไม้สำหรับเธอในวันแห่งความรัก
" ก้อนหินสำหรับคุณ-ดอกไม้สำหรับเธอ แด่คนบนเน็ต เนื่องในวันแห่งความรัก "
ก้อนหิน : เคยอ่านมาว่าเรือจะปลอดภัยที่สุด ถ้าเพียงแต่จะจอดอยู่ในท่า แต่เรือไม่ได้ถูกออกแบบสร้างมาเพื่อให้อยู่ในท่าเช่นนั้น
ความรักก็เช่นกัน ความรักจะปลอดภัยที่สุด ถ้าเก็บกอดเอาไว้กับตัวเอง แต่ความรักไม่ได้มีไว้เพื่อเก็บในหัวใจเงียบๆ ความรักมีไว้เพื่อ "ให้" เพื่อ "รับ" ความรักมีไว้เพื่อ "รัก" และ "ถูกรัก" และความรักต้องการการโบยบินไปมาระหว่างผู้คน แต่ความรักของคุณมีกำแพงหรือเปล่า... กำแพงในหัวใจที่สร้างขึ้นไว้จนกักขังกีดกั้นความรัก ถ้าในหัวใจของคุณยังมี "กำแพง" ขอให้ข้อความเรื่อง "ก้อนหิน" นี้จงเป็นก้อนหินที่คุณจะใช้ "ทุบ" ทะลายกำแพงใดๆที่ขวางกั้นความรักออกไป ไม่ว่าจะเป็นกำแพงแห่งความอาย ความกลัว หรือความไม่แน่ใจ เพราะความรักต้องการการโบยบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันแห่งความรักที่เป็นอีกโอกาสหนึ่ง ที่ความรักมีอิสระพอที่จะบอกให้รับรู้ หัวใจและความรักจะได้โบยบินเต็มท้องฟ้า ในวันนั้น วันแห่งความรัก
ดอกไม้ : รู้จักกันบนเน็ตหรือ ความสัมพันธ์ยังไปไม่ถึงไหนหรือเบอร์โทรก็ยังอาจไม่ได้ ที่อยู่ก็ยังอาจไม่มีหรือ ได้แต่เมล์คุยกันไปคุยกันมาเท่านั้นหรือ คิดว่าจะทำยังไงดีกับวันแห่งความรักนี้หรือ เมล์ส่งข้อความจากใจให้เธอซิ.. หรืออาจเป็นบทเพลงหรือกลอนสั้นๆที่มีความหมาย หรืออาจเป็น อี-การ์ด น่ารักซักใบ หรือคุณอาจจะส่งให้เธอได้แม้กระทั่ง "ดอกไม้" แต่บอกเธอว่า นี่เป็นดอกไม้ที่ไม่เหมือนของใครๆ ดอกไม้ช่อนี้มันเติบโตอย่างช้าๆ.. ช้าเท่าวันเวลาที่เคยรู้จักกันมานานบนเน็ต มันอาศัยปุ๋ยหล่อเลี้ยง คือข้อความหรือเมล์ที่ส่งถึงกันไปมาเสมอ บอกเธอว่ามันเติบโตเบ่งบานในหัวใจนี้เพียงพอแล้ว พอที่จะส่งมอบให้เธอเนื่องในวันแห่งรัก จากหัวใจที่คิดถึงกันเสมอ แม้จะยังคงเป็นเพียงแค่เพื่อนบนเน็ต บอกเธอซิว่าได้มอบดอกไม้ช่อนี้ให้แล้ว และเธอจะได้รับเพียงแค่หลับตา "ฝัน" และมองให้เห็นด้วย "หัวใจ" " เป็นดอกไม้ ที่ไม่มีในที่ไหน มันเบ่งบานในหัวใจ ในความฝันมอบให้เธอทั้งหัวใจไปด้วยกัน ถึงแค่ฝัน แต่"หัวใจ" อยากให้จริง.... ถ้าคุณกำลังมองหาอะไรบางอย่างหรือดอกไม้ หวังว่าข้อความเรื่อง "ดอกไม้" นี้จะช่วยสร้าง "ดอกไม้" หรืออะไรบางอย่างในใจคุณ ที่จะมอบให้เขา หรือเธอคนนั้น เพราะความรักต้องการการโบยบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันแห่งความรักที่อาจเป็นโอกาสเดียว ที่ความรักมีอิสระพอที่จะบอกให้รับรู้ หัวใจและความรัก จะได้โบยบินเต็มท้องฟ้าในวันนั้น วันแห่งความรัก.....
56. มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง
มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง
ฟังดูอาจตลก ทุกคนอาจคิดว่าดินสอกับยางลบเป็นของคู่กัน ทำไมต้องเอามาแปะให้อ่านด้วย ...
ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน
หน้าที่ของดินสอก็คือ เขียน มันจึงเขียนทุกที่ และทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ
หน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ ทุกเวลา
เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา
จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว
ยางลบจึงถามว่าทำไมหล่ะ
ดินสอจึงตอบกลับไปว่า ก็เราเขียน นายลบ แล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย
ยางลบจึงเถียงว่า เราทำตามหน้าที่ของเรา เราไม่ผิด
ทั้งคู่จึงแยกทางกัน
ดินสอพอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน แต่พอเวลาผ่านไป มันเริ่มเขียนผิด ข้อความที่สวยๆที่มันเคยเขียนได้ ก็สกปรก มีแต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด... มันคิดถึงยางลบจับใจ
ฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอ มันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้องเปื้อนอีกต่อไป พอเวลาผ่านไปมันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า เพราะไม่มีอะไรให้ลบ มันคิดถึงดินสอจับใจ ...
ทั้งคู่จึงกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลง เขียนแต่สิ่งที่ดีๆ
ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น
ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำ ดินสอในตอนแรกก็จำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี แต่พอเปลี่ยนไปมันก็หัดเลือกจำแต่สิ่งดีๆเท่านั้น
ส่วนการลบเปรียบเหมือนการลืม ยางลบในตอนแรกก็ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี แต่ทุกครั้งที่ลืมเรื่องไม่ดี ตัวมันก็จะสกปรก แต่ตอนหลังมันเลือกลืมแต่เรื่องไม่ดี หรือคือการให้อภัยนั่นเอง
ฉนั้นการเปรียบการเดินทางของทั้งคู่จึงดุจมิตรภาพ คือ การจำแต่สิ่งดีๆ และลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง
57. กุหลาบช่อนั้น
...เสียงกระดิ่งที่แขวนอยู่ตรงประตูดังขึ้น ทันทีที่ผมผลักบานประตูที่แสนจะคุ้นตาบานนี้ เข้าไปในร้านกาแฟเจ้าประจำที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงฯร้านนี้ มาระยะหลังๆผมไม่ค่อยได้แวะมาที่นี่บ่อยๆ อย่างที่ตัวเองต้องการเท่าไหร่นัก ทันทีที่มีเวลาและนึกขึ้นได้ผมจึงรีบมาที่นี่ทันที
...โชคดีจัง วันนี้ที่นั่งที่ผมชอบนั่งเป็นประจำยังไม่มีใครมาจับจอง แล้วไม่รู้ว่าวันนี้ผมคิดไปเองหรือปล่าว ผมรู้สึกว่ากลิ่นกาแฟ กลิ่นขนมวันนี้หอมกว่าที่เคย อืม... อาจจะเป็นเพราะไม่ได้มาแวะเวียนอุดหนุนนานแล้วก็ได้ ผมคิดในใจ
...หลังจากวางข้าวของลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ผมก็หันไปมองรอบๆตัว ดูเหมือนวันนี้คนจะน้อยกว่าทุกๆครั้ง แล้วผมก็เริ่มสังเกตว่าลูกค้าที่อยู่ในร้าน มีผมคนเดียวเท่านั้นที่มาคนเดียว โต๊ะอื่นเขามากันเป็นคู่ๆ นั่งคุยกันจู๋จี๋ จนผมรู้สึกอยากขอยืมตัวน้องผู้หญิงที่ขายกาแฟ ซึ่งผมเองก็ค่อนข้างจะคุ้นเคยให้เธอมานั่งคุยเป็นเพื่อนผมเสียเหลือเกิน
...ผมหยุดความคิดประหลาดๆไว้แค่นั้น เมื่อเสียงกระดิ่งดังขึ้น ผมหันไปมองก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าประตูร้านมา ในมือมีช่อกุหลาบสีแดงช่อใหญ่มาด้วยช่อหนึ่ง เขาหันรีหันขวางมองหาโต๊ะว่างอยู่ครู่ แล้วก็เดินตรงไปยังโต๊ะที่อยู่ถัดไปจากโต๊ะผมสองตัว เขาวางช่อกุหลาบลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม นี่ถ้ามีที่ฉีดน้ำติดมาก็คงจะเอาออกมาฉีดดอกกุหลาบของเขาด้วยหรอก
...นั่นซินะ นี่อีก 4 วันก็จะถึงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์แล้วเหรอเนี่ย ผมถือโอกาสแอบนับดอกกุหลาบช่อนั้นในระหว่างที่เจ้าของเดินไปสั่งขนม ผมนับได้ 11 ดอก เอ...ผมนั่งนึกแต่นึกความหมายของดอกกุหลาบ 11 ดอกไม่ออก ช่วงที่กำลังนั่งนึกอะไรเพลินๆ ผู้ชายคนนั้นก็เดินถือจานขนมเดินกลับมาที่โต๊ะ ผมรีบหันไปมองทางอื่น เดี๋ยวเขาจะหาว่าผมเสียมารยาทที่แอบนับดอกกุหลาบของเขา
...ท่าทางการแต่งตัวของชายคนนี้คงจะยังอยู่ในวัยทีน แล้วสาวน้อยผู้ใดกันที่จะเป็นผู้โชคดีที่จะได้รับดอกกุหลาบช่อใหญ่ช่อนี้ไปหนอ ผมเริ่มแอบลุ้นในใจเงียบๆ...
...15 นาทีผ่านไป ตอนนี้ถ้วยกาแฟที่ตั้งอยู่ตรงหน้าผมก็เหลือแต่ถ้วยเปล่าๆ แล้วนี่ผมจะได้เห็นสาวน้อยคนนั้นหรือเปล่าเนี่ย ขนมก็ยังไม่หมด แต่ผมดันเผลอดื่มกาแฟเพลินไปหน่อยเลยหมดเสียก่อน เอาน่ะ...ไหนๆก็ไหนๆ สั่งกาแฟอีกถ้วยก็แล้วกัน
...น้องผู้ชายที่เคาน์เตอร์เดินออกมารับออร์เดอร์ ตัวเขาใหญ่มากจนผมสงสัยว่าน้องคนนี้เดินเข้า-ออกหลังเคาน์เตอร์ ได้ยังไง
...ขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากเอ่ยชื่อกาแฟที่ถูกที่สุดในร้าน เสียงกระดิ่งที่ประตูก็ดังขึ้น ผมหันไปมองที่ชายเจ้าของกุหลาบ ก็เห็นเขาเงยหน้าจากจานขนม มีเศษขนมติดอยู่ที่ริมฝีปาก หันไปยิ้มในทิศที่เป็นประตูร้าน ผมหันตามเพื่อจะได้รู้เสียทีว่าสาวผู้โชคดีคนนั้นคือใคร
...แต่เชื่อไหมครับ ว่าน้องผู้ชายคนที่มารับออร์เดอร์ผมนั่นน่ะ เขายืนบังจนผมมองไม่เห็นอะไรเลย ผมจึงรีบๆ สั่งเพื่อให้น้องคนนี้เดินไปเสียที
...ทันทีที่ผมเห็นผู้หญิงคนนั้น ภาพที่ผมมองเห็นจากสายตา แล้วส่งต่อไปตามเส้นประสาท เพื่อให้สมองส่วนกลาง นำไปประมวลผลออกมาแวบแรกให้ได้ผมรับรู้คือ เธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคนครับ และก่อนที่สมองจะทันประมวลอะไรต่อมิอะไรตามมา เสียงที่ได้ยินจากปาก ผู้หญิงคนนั้นก็คือ "ไง...ลูก รอนานมั๊ย"
...ภาพที่ผมเห็นต่อๆมาคือ เธอสวมกอดลูกชาย แล้วผลัดกันหอมแก้ม หลังจากที่ลูกชายของเธอมอบดอกกุหลาบสีแดงสดช่อนั้นให้...... พร้อมกับคำพูดที่ว่า..... "ผมรักแม่ครับ......"
...ผมกลับบ้านมาเปิดดูความหมายของดอกกุหลาบ 11 ดอก....
......"คุณเป็นสมบัติที่มีค่าชิ้นเดียวของฉัน"........ แต่สำหรับความหมายของกุหลาบสีแดงสดช่อนั้นคงจะเป็น
........."แม่เป็นสมบัติที่มีค่าชิ้นเดียวของผม" ..........
58. วิญญาณผู้หวังดี
เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาผมตกงานและยังหางานทำไม่ได้ ผมจึงไปเช่าแท็กซี่มาขับ หาเงินจุนเจือครอบครัว ไปพลางๆก่อนจนกว่าจะหางานใหม่ได้
ผมเช่าแท็กซี่มาจากอู่แถวถนนพระราม9 แบบกะเดียว โดยรถจะอยู่กับผมทั้งวันทั้งคืน ซึ่งต้องวางเงินประกันไว้กับอู่มากหน่อย
ผมเอารถแท็กซี่มาขับ หาเงินอยู่ประมาณเดือนกว่าๆ ก็รู้สึกว่าเป็นอาชีพที่พออยู่ได้ คือหักค่าเช่า ค่าน้ำมันแล้ว ก็ยังเหลือถึงครอบครัววันละ 300-400 บาท บางวันฟลุคๆก็ได้ถึง 600-700 บาท
มีอยู่วันหนึ่ง ผมรับพระหลวงตารูปหนึ่งจากท่าน้ำพรานนก ไปส่งที่หัวลำโพง เมื่อถึงที่หมายแล้ว ผมก็ไม่ได้เอาค่าโดยสารท่าน เพราะเห็นว่าท่านเป็นพระที่มีอายุมากแล้ว และจะต้องเดินทางไปไกลถึงจ.แพร่
หลวงตาจึงล้วงมือลงไปในย่ามของท่าน และหยิบพระเครื่องขึ้นมาองค์หนึ่ง เป็นพระสมเด็จส่งให้ผมพร้อมกับพูดว่า "ขอบใจโยมมากนะที่ไม่เอาเงิน อาตมาอาตมาให้พระนี้ไว้ใช้ป้องกันตัว เป็นพระที่ดีมาก พกติดตัวไปไหนมาไหน ศัตรูจะไม่มากล้ำกรายทำอันตรายโยมได้ ขอให้เก็บเอาไว้ให้ดีๆ" แล้วท่านก็ลงจากรถไป
ผมก็เอาพระที่รับมาวางไว้หน้ารถแล้วก็ออกหาเงินต่อไป หลังจากวันนั้นมา ผมขับรถหาเงินไม่ค่อยจะได้เลย ก่อนที่เคยเหลือวันละ 300-400 บาท ก็ไม่ได้ แถมบางวันไม่มีค่าเช่าอีกต่างหาก และที่เคยเลิกทุ่มสองทุ่มก็เปลี่ยนไปเลิกเอา 4-5 ทุ่ม บางครั้งสองยามตีหนึ่งก็ยังมี ค่าเช่ารถก็ไม่ได้เมื่อเติมน้ำมันแล้วแทบไม่มีเงินกลับบ้านเลย ทั้งที่ผมก็ขับตะลอนๆหาผู้โดยสารทั้งวัน บางทีมีผู้โดยสารยืนอยู่บริเวณริมถนนเรียกรถผม พอผมนำรถเข้ามาใกล้ ผู้โดยสารกลับโบกมือให้ผ่านไปโดยไม่ยอมขึ้นรถ เป็นอย่างนี้อยู่เสมอๆ
บางวันเมื่อผมหยุดพักเพื่อหาอาหารกลางวันกัน พบเพื่อนแท็กซี่ด้วยกันยังถามผมว่าวันนี้รวยเท่าไหร่แล้ว โดยผมจะบ้าตายเมื่อหาเงินไม่ได้ ค่าเช่ารถก็ค้าง เงินก็ไม่มีถึงครอบครัว ทำให้ภรรยาผมกับผมเกิดการทะเลาะกันบ่อยๆ เธอคิดว่าผมคงจะไปติดผู้หญิงอื่น เพราะเลิกกลับบ้านดึกๆดื่นๆ เงินก็ไม่กลับมา ทำให้ผมหมดกำลังใจ และคิดว่าคงจะต้องเลิกหากินทางนี้แล้ว
จนวันนั้นซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ ผมไปส่งผู้โดยสารที่สี่แยกเกียกกายแล้วขับเรื่อยๆมาทางศรีย่าน พอลงสะพานก่อนถึงสี่แยกสามเสนตรงข้ามกับวังสุโขทัย มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนใต้ตันไม้ โบกมือเรียกรถผม ผมรีบโฉบรถเข้าหาและจอดรับทันที พอรถผมจอดสนิทดีผู้หญิงคนนั้นก็ขึ้นมานั่งที่เบาะ และปิดเลย และทันใดนั้นผมก็ได้กลิ่นสาปสางคล้ายซากสัตว์ตายแล้วตามมา ตามปกติในรถผม จะรักษาความสะอาด พร้อมทั้งมีกลิ่นหอมตลอดเวลา เพราะมีทั้งน้ำหอมปรับอากาศและพวงมาลัยที่ร้อยด้วยดอกมะลิห้อยด้วยดอกจำปี
ผมถามเธอว่าจะไปที่ไหน เธอชี้มือตรงไปข้างหน้า ผมจึงออกรถไปพร้อมๆกับลอบสังเกตดู ผู้หญิงคนนี้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีทึมๆ ทรงผมดูยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ ผมขับรถเรื่อยมาผ่านสี่แยกกรุงธน จนถึงแถวท่าน้ำวาสุกรี ซ้ายมือมีต้นหางนกยูงใหญ่ เธอยกมือขึ้นทำสัญญาณให้ผมหยุดรถ ผมจึงหยุดตามที่เธอต้องการ เธอถอนหายใจและพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งช้าๆขึ้นว่า "หาเงินไม่ค่อยได้ใช่ใหม" ผมได้ยินเธอพูดแล้วสะดุ้งสุดตัวและนึกเอะใจว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าผมหาเงินไม่ค่อ ยเธอยกมือขึ้นชี้ไปที่พระสมเด็จองค์ที่หลวงตาให้ผมมาเมื่อหลายวันก่อนและพูดว่า "หาเงินไม่ค่อยได้จึงมาบอก พระนี่ดีนะ แต่ไม่น่ามาไว้ที่นี่ พระนี่ทำมาจากกระดูดผีตายโหง 7 ป่าช้า ฉันเองก็อยู่ในพระนี้แหละ สงสาร"
ผมนั่งตะลึงทำอะไรไม่ถูกอยู่นาน จนกระทั่งได้ยินเสียงแตรรถสิบล้อที่ดังขึ้นด้านหลัง จึงได้สติส่วนผู้โดยสารไม่รู้ว่าออกจากรถไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมรีบขับรถกลับบ้านทันทีและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ภรรยาฟัง แต่เธอไม่เชื่อหาว่าผมโกหก รุ่งขึ้นเราจึงพากันไปหาพระที่นับถือรูปหนึ่งที่วัดสระปทุม เมื่อเล่าให้ท่านฟังพร้อมนำพระสมเด็จองค์นั้นให้ท่านดู ท่านบอกว่าเรื่องนี้ท่านก็เคยได้ยินมาว่าพระที่ทำจากกระดูกผีตาย 7 ป่าช้านั้นมีจริง ถ้าใครได้ติดตัวไว้จะดีมาก เพราะเวลาไปไหน ศัตรูจะไม่มาทำอันตรายได้ เพราะมีพวกผีคอยคุ้มกันอยู่ " ที่โยมเก็บไว้ในรถแล้วหาเงินไม่ได้ ผู้โดยสารไม่เรียก ก็เพราะเขาเห็นมีคนแล้ว ก็คือพวกวิญาณที่อยู่ในพระองค์นี้เอง "
ท่านแนะนำให้ผมทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้วิญาณเหล่านั้นผมก็ทำตาม หลังจากนั้นผมก็ขับรถหาเงินได้เหมือนเดิม ผมยังขอบคุณดวงวิญญาณของผู้โดยสารหญิงคนนั้นที่มาบอกให้รู้ ไม่เช่นนั้นครอบครัวของผมคงแตกแยกกันไปแล้ว " โอ๊ยนี่ผมขับรถให้ผีนั่งมาตั้งเกือบเดือนมันน่าขนหัวลุกจริงๆ " น่ากลัวไหมจ๊ะ ระวังนะขับรถคนเดียว วันหนึ่งอาจมีใครนั่งเป็นเพื่อนอยู่ก็ได้
59. ปลาวาฬพ่นน้ำเล่นจริงหรือ
เวลาที่เราเห็นปลาวาฬในทะเล เรามักจะเห็นมันพ่นน้ำขึ้นมาจากบนหัวเป็นลำสีขาว คนส่วนมากเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น เพราะปลาวาฬมี จมูกอยู่ ด้านบนของหัว เวลาปลาวาฬซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกจะหายใจ รูจมูกของมันก็จะเปิดออก แล้วลมหายใจออกอุ่นๆร้อนๆของมัน ซึ่งมีปริมาณ หลายร้อยลิตรก็จะพุ่งออกมาเต็มแรง ทำให้น้ำที่บริเวณแถวๆนั้นพุ่งขึ้นไปด้วย มองดูเหมือนกับว่ามันพ่นน้ำเล่นยัง ไงยังงั้น
60. ทำไมสุนัขจึงได้ยินเสียงที่เราไม่ได้ยิน
สุนัขเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ เราจึงเลี้ยงมันไว้ช่วยเฝ้าบ้าน เวลามีใครแปลกหน้าเดินเข้ามา มันก็จะเห่าเสียงดัง เป็นการเตือน เรา ว่ากันว่า สุนัขน่ะได้ยินเสียงที่คนเราไม่อาจได้ยินเสียด้วยซิครับ นักวิทยาศาสตร์บอกว่า สุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่ถึง 30000 รอบต่อวินาที ส่วนมนุษย์ เราจะ ได้ยินเสียงที่มีความถี่เพียงวินาทีละ 20 - 20000 รอบ เท่านั้น เพราะฉะนั้น เวลาไอ้ตูบ ของเรามันเห่าอะไร ทั้งๆที่เราไม่ได้ยินเสียงกอกแกกเลย ก็ควรจะลุกไปดูเสียหน่อย ใครอาจจะกำลังงัดบ้านเราอยู่ก็เป็นได้นะครับ
61. ทะเลาะกับเมีย เพลียใจที่สุด
ทะเลาะกับผัว ปวดหัวที่สุด
ทะเลาะกับแฟน แค้นใจที่สุด
ทะเลาะกับพ่อแม่ แย่ที่สุด
ทะเลาะกับลูก ทุกข์ใจที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน รำคาญที่สุด
ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ฟุ้งซ่านที่สุด
ทะเลาะกับลูกน้อง มัวหมองที่สุด
ทะเลาะกับเจ้านาย ฉิบหายที่สุด
62. ทำไมน้ำทะเลจึงมีสีคราม
เวลาไปเที่ยวทะเล ใครๆก็รู้สึกสบายตาที่ได้มองดูน้ำทะเลซึ่งมีสีครามสวยงาม แต่รู้ไหมครับว่า ทำไมน้ำทะเลจึงมีสีคราม เหตุผลก็คือ เวลา แสงจากดวงอาทิตย์ส่องไปยังน้ำ แล้วสะท้อนกลับขึ้นมาข้างบน น้ำจะทำหน้าที่กรองแสง โดยดูดเอาแสงสีแดงกับสีส้มไว้ แล้วปล่อยสีเขียว สีน้ำเงิน กับสีม่วงออกมา เราเลยมองเห็นน้ำในมหาสมุทรเป็นสีคราม
63. สัตว์โลกทั้งหลายพึงตั้งอยู่บนความไม่ประมาท
ความตายอยู่รอบตัว
เขาเคยคิดว่าภาพข่าวอาชญากรรมที่มีให้เห็นบนน.ส.พ.ทุกวันเป็นเรื่องไกลตัว จนกระทั่งกลางดึกคืนหนึ่งในห้องน้ำของปั๊มน้ำมันที่เปิดไฟฟ้าสว่างไสว วิชชุ เศรษฐกนก ศิลปินฝึกหัดของบริษัท Aratist ในเครือแกรมมี่กรุ๊ป จึงตระหนักว่า ไม่ว่าใครก็มีโอกาสตกเป็นเหยื่อของอาชญากรได้พอๆกัน
"วันที่เกิดเหตุผมไปคุยเรื่องงานดนตรีกับพวกเพื่อนๆ และพี่ๆ ที่พรีเมียร์พระราม 9 คุยเสร็จเกือบตีสามปกติก็ไม่ได้กลับดึกขนาดนั้น แต่วันนั้นคุยกันค่อนข้างซีเรียสเลยใช้เวลานาน คุยเสร็จต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน ผมขับรถเกือบจะถึงบ้านแล้ว ผ่านปั๊มแห่งหนึ่งก็เลยแวะเข้าไป จริงๆแล้วไม่ถึงกับอยากเข้าห้องน้ำขนาดทนไม่ได้ แต่อยากซื้อขนมกับไอศกรีมไปกินที่บ้านมากกว่า
ตอนนั้นไม่มีรถคันอื่นเข้ามาเติมน้ำมันเลย ผมขับไปจอดหน้ามินิมาร์ทเข้าไปซื้อของเสร็จ คิดว่าเข้าห้องน้ำล้างหน้าหน่อยดีกว่า ก่อนจะเข้าห้องน้ำก็เดินไปล็อครถก่อน ห้องน้ำของปั๊มอยู่ข้างหลังมินิมาร์ท ไม่มีใครในห้องน้ำเลย แต่ไฟสว่างมากเพราะเป็นไฟนีออน
กำลังจะรูดซิปกางเกงก็ได้ยินเสียงตึง...เป็นเสียงคนเดินเข้ามา พอเอี้ยวตัวไปมองก็เห็นปืนจ่ออยู่ตรงหน้า ความรู้สึกแรกคือไม่อยากเชื่อว่าถูกปล้น คิดว่าถูกเพื่อนแกล้งมากกว่า เพื่อนคงจะเห็นรถจอดอยู่แล้วตามมาล้อเล่น แต่พอได้สติก็รู้ว่านี่ของจริง...
จังหวะนั้นมันเร็วมาก พอผมเอี้ยวตัวไป เห็นคนเดินตามหลังมาอีกสองคน คนถือปืนก็ขึ้นลำปืน แล้วพูดด้วยเสียงดุๆว่า...ถ้ามึงไม่อยากตายหันหลังไป พอผมหันกลับเขาก็ผลักผมกระเด็นไปติดกำแพงห้องน้ำ แล้วเอาด้ามปืนตบที่ท้ายทอยซ้อนกันหลายครั้ง ผมบอกเขาว่า....พี่อยากได้อะไร เอาไปเลย หวังว่าเขาคงจะไม่ทำอะไรร้ายแรง
แต่ปรากฎว่าเขาไม่สน ทุบเอาอีก... แล้วอีกคนก็เข้ามาจับมือผมไปไพล่หลัง ได้ยินเสียงแกะเทปกาวดังแควกก่อนจะเอาเทปนั้นมัดมือผมไว้ พอมัดเสร็จก็จับตัวผมหันมา จากนั้นก็ต่อยที่ท้องผมอย่างแรง หมัดเดียวแต่จุกมากจนผมทรุดลงไปนอนตัวงออยู่กับพื้น ต่อจากนั้นเขาก็จับขาผมรวบให้นั่งบนพื้น แล้วทำท่า! เหมือนจะเอาเทปมามัดที่เท้า แต่เปลี่ยนใจเป็นมาพันที่หน้าก่อน เริ่มจากปิดตา ปิดปากตอนปิดปากเขาปิดจมูกไปด้วย ผมพยายามร้องว่าหายใจไม่ออกแต่เสียงมันดังออกมาแค่อือๆเท่านั้น โชคดีว่าพันไม่แน่นมากยังมีช่องเหลือให้หายใจได้ หลังจากนั้นมันก็เอาเทปมามัดเท้าต่อก่อนค้นตัวเอากุญแจรถไป แล้วทุกอย่างก็เงียบ......
ตอนแรกผมคิดว่าพวกเขาคงทิ้งผมไว้ เอาแต่รถไปอย่างเดียวรออีกเดี๋ยวค่อยๆกลิ้งออกไปหาคนช่วยก็ได้ แต่ยังไม่ทันจะโล่งใจเลย ก็รู้สึกว่าตัวเองถูกยกลอยขึ้น ตอนนั้นตกใจสุดขีดเลย ตกใจกว่าตอนเห็นปืนอีก เพราะคิดว่าคราวนี้คงต้องถูกเอาไปยิงทิ้งแน่ ผมดิ้นสุดชีวิต เลยโดนอัดหรือเตะไม่รู้แน่เข้าอีก หลังจากนั้นมันไม่เชิงว่ามีสติตลอด มันกึ่งรู้สึกตัวกับไม่รู้สึกตัว เนื่องจากถูกมัดตาเอาไว้ ทำให้ไม่รู้ว่าเค้าอุ้มไปไหน รู้สึกว่าหลังแตะอะไรสักอย่างคิดว่าน่าจะเป็นรถเพราะพอวางเสร็จรถก็ออกตัว
ตอนนั้นนึกถึงพ่อแม่....ท่านจะอยู่อย่างไร เพราะผมเป็นลูกคนเดียวแล้วก็นึกถึงพระ ปลงว่าท่าจะไม่รอด รถวิ่งไปได้ซักพักก็หยุดรู้สึกตัวว่าถูกยกลอยขึ้น ก่อนจะถูกโยนโครมลงไปที่หญ้าคาดว่าคงเป็นข้างทางที่ไหนซักแห่ง กลั้นใจว่าจะโดนอะไรอีกไหมรู้สึกว่าจะถูกเตะเข้าที่กลางลำตัวอีกสองครั้ง จากนั้นก็ได้ยินเสียงรถขับออกไป.....
เรื่องต่อจากนี้คือเขาคอยจนแน่ใจว่าพวกนั้นไปแล้ว แล้วก็พยายามแกะเทปแล้วตะกายไปขอความช่วยเหลือ มีคนขับรถผ่านมาช่วยเขาพาไปส่ง ร.พ.ไปนอนไอ.ซี.ยู 1คืน เค้าบอกว่าพ่อแม่เคยเตือนแล้วว่าการขับรถกลับบ้านดึกให้ระวังคนขับรถมาชน อาจเป็นโจร...........คนๆนี้โชคดีกว่าหลายคนที่เค้ายังกลับไปหาพ่อแม่ของเค้าได้..............โลกนี้มันมีทั้งเรื่องที่ดีงาม แล้วก็เรื่องที่ไม่ดี มันเป็นโลกแห่งความจริง ขอให้ระวังตัว อย่าชะล่าใจ หลายๆคนคิดว่า....ไม่เป็นไรแค่นี้เอง แต่แค่นี้เองนั้นมันเท่ากับเราได้เอาตัวของเราทั้งชีวิตเข้าไปเสี่ยงซะแล้ว ถึงแม้จะไม่ห่วงตัวเอง ก็ขอให้คิดถึงคนที่บ้าน คนที่เป็นห่วงเราด้วยละกัน
จากเรา
ผู้หวังดี
64. ทำไมสุนัขต้องแลบลิ้นเวลามันเหนื่อย
คงเคยเห็นเจ้าตูบมันวิ่งหอบลิ้นห้อยบ้างเป็นแน่ รู้ไหมว่าทำไม มันถึงต้องทำอย่างนั้นด้วย คำตอบก็คือว่า เวลาสุนัขเหนื่อยร่างกายของมันจะขับเหงื่อออกมามาก แต่เนื่องจากร่างกายของมันมีขนปกคลุมอยู่ทั่วทั้งตัว เหงื่อก็เลยซึมออกมาทางร่างกายไม่ได้ มันจึงต้องแลบลิ้นเพื่อให้เหงื่อซึมออกมาทางลิ้นแทนบ้าง
65. เพื่อนคนนี้เป็นผู้ชาย
ได้ขับรถไปติดสี่แยกไฟแดงแถววิทยุ และไม่ได้ Lockประตูรถขณะที่รอสัญญาณไฟอยู่นั้น จู่ๆก็มีสาวเจ้าอายุอยู่ในวัยนักศึกษาได้เปิดประตูก้าวเข้ามานั่งหน้ารถด้วย และเอ่ยปากขอเงิน ถ้าไม่ให้จะตะโกนให้คนช่วยว่ากระทำมิดีมิร้ายกับเธอ ด้วยความตกใจ เจ้าหนุ่มเพื่อนพี่ก็ต้องต่อรองแล้วให้เงินไปก้อนหนึ่งเพื่อให้หล่อนรีบๆลงไปจากรถโดยเร็วที่สุด เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีสมัครพรรคของหล่อนอยู่แถวนั้นด้วยหรือเปล่า
66. รายนี้ไปด้วยกันทั้งสองคนสามีภรรยา
ได้ไปงานแต่งงานและเมื่อเลิกจากงาน จะขับรถกลับบ้านไปทางถนนศรีนครินทร์ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ขณะที่ขับรถอยู่นั้นก็มีรถอีกคันขับตามหลังมาและเร่งความเร็วรถมาชนท้ายรถ และได้ลงมาหาเรื่องว่ารถคันหน้าเบรกกระทันหันต้องการเรียกค่าเสียหาย โดยรถคันที่ขับมาชนนั้นมีผู้ชายนั่งมาด้วยกันประมาณ 5 คน ส่วนใหญ่ใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืดแบบเสื้อกล้าม และจะขอค่าเสียหาย 3,000 บาท ซึ่งสามีภรรยาทั้งคู่เมื่อเห็นการแต่งตัวก็ไม่กล้าเปิดประตูรถลงไปคุยด้วย แต่จะพยายามคุยดีด้วยในทำนองยินยอมจ่ายให้แต่เงินไม่พอขอให้ไปขับรถตามไปเอาเงินที่บ้าน ซึ่งกลุ่มชายทั้ง 5 ก็ยินยอมขับรถตามไป แต่ตัวสามีได้หลอกขับรถให้ตามไปที่โกดังของพี่ชายที่อยู่ในย่านนั้นและมีคนงานของพี่ชายเป็นจำนวนมากอยู่ด้วย เมื่อไปถึงก็ให้หัวหน้าคนงานเป็นผู้เจราจาความเสียหายใหม่ ในที่สุดชายทั้ง 5 ก็ยอมรับเงินไป 500 บาท เพราะรู้ว่าสถานะการณ์เสียเปรียบแล้ว
![]()