นานาสาระ

หน้า  l  12345678910 l  11  l  1213 I

ปัญหา
บางครั้งชีวิตคนเราก็เล่นตลกอย่างร้ายกาจ จนเราไม่สามารถที่จะรับได้ แต่ความจริงก็คือความจริง เราจะหลีกหนีให้พ้นได้อย่างไร ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำใจได้อย่างไรมากกว่า
บางคนบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น แล้วเรากลุ้มเพราะเราไปยึดติดกับปัญหา
บางคนบอกว่าสิ่งที่เราทำผ่านมาไม่สามารถแก้ไขได้ ฉะนั้นมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป
บางคนบอกว่าใดๆในโลกนี้ล้วนอนิจจัง สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง แต่ถ้าถามจริงๆว่าเวลาตัวเราเองเกิดปัญหานั้นขึ้นมาแล้ว ทำใจได้อย่างคำพูดข้างต้นหรือเปล่า มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คนแนะนำหรอก แต่ก็ได้คำตอบกับตัวเองเช่นกันว่าเรามีความทุกข์กับปัญหานั้นนะ เราจะทำอย่างไรดีล่ะ
คนหลายคนมีวิธีในการแก้ไขปัญหาของตนเอง
บางคนมีบ้าน แล้วต้องย้ายบ้านบ่อยๆเพราะไฟไหม้บ้านตลอด ทั้งๆที่ระวังเต็มที่แล้ว ไฟจากบ้านคนอื่นยังมาโดนเลย อย่างที่เคยออกข่าวทีวี
บางคนมีสามี มีลูกแล้ว สุดท้ายสามีบอกเลิกและทิ้งลูกไว้ให้ เพราะสามีเป็นคนหลายใจ มีเล็กมีน้อย
บางคนทำงานอยู่ดีๆ เจ้านายก็บอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของคุณแล้วนะ
วิธีทำใจดังข้างต้น ก็คงช่วยให้จิตใจสบายขึ้น จากปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในตอนนั้น และทำให้กลับมามีสติเหมือนเดิม แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องแก้ปัญหาดังกล่าวอยู่ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าคนเราเจอปัญหาแล้ว ทำให้เราล้ม หมดกำลังใจ ท้อแท้ และไม่อยากมีชีวิตอยู่ ต้องถามตัวเองว่า จะลุกขึ้นมาได้เมื่อไร เพราะสุดท้ายปัญหานั้นๆยังคงอยู่ ไม่ว่าจะกินเหล้าเมายา หรือทิ้งมันไว้อย่างนั้น มันก็ยังคงอยู่
เวลาเพียงแค่ช่วยให้เราทำใจยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น อยากให้ลุกขึ้นสู้กับปัญหานั้นๆ สำคัญที่สุดคือ ต้องให้กำลังใจตนเอง
ถ้าตัวเองดูถูกตัวเองแล้ว ก็จะไม่มีใครมาปลุกปลอบใจให้เราเดินต่อไปหรอก คุณค่าของตัวเราอยู่ที่ตัวเราเอง อย่าให้เราโดนกำหนดคุณค่าโดยคนบางคนเลย เราสามารถลุกขึ้นยืนแล้วเดินต่อไปอย่างสง่างาม ขอให้เดินหน้าสู้ปัญหาที่เกิดขึ้น ปัญหาทุกปัญหามีทางออกที่ดีเสมอ
ปัญหาบางปัญหาดูใหญ่โตเสียเหลือเกิน ก็ลองให้มองดูเป็นส่วนๆ ก็จะเห็นได้ว่าปัญหานั้นเล็กลงอย่างเหลือเชื่อ ถ้าเหนื่อยนักก็พักได้ เพราะปัญหาชีวิตไม่ใช่การวิ่งแข่ง ที่เราจะวิ่งรวดเดียวจนถึงเส้นชัย ข้อสำคัญต้องมีสติ, เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นใหม่ ว่ามีสาเหตุจากอะไรแล้วเราก็จะไม่ไปปฏิบัติอีก และลุกขึ้นมาสู้ให้เร็วที่สุด
เราล้มกี่ครั้งก็ได้ แต่ทุกครั้งเราต้องลุกขึ้นเสมอ เราต้องให้กำลังใจตนเองเสมอ แล้วชีวิตเราจะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี
ชีวิตมีอุปสรรคเสมอ ปัญหาคือการเรียนรู้ที่จะเติบโตและเข้มแข็งพอที่จะต่อสู้กับชีวิตต่อไป


112. ให้ระวังการรับรองสำเนาถูกต้อง
เวลาสมัครอะไรก็แล้วแต่ ให้ระวังการรับรองสำเนาครับ โดยเฉพาะบัตรประชาชน
ลำพังการรับรองสำเนาที่ทั่วๆไปทำกันไม่พอครับ...เขียนสำเนาถูกต้อง...เซ็นชื่อ ...ลงวันที่....มิจฉาชีพเขาจะเอาลิควิดลบหรือตัดเฉพาะส่วนที่เป็นบัตรไปถ่ายสำเนา แล้วเซ็นรับรองใหม่ แล้วเอาไปใช้ในกิจกรรมที่เขาต้องการ เช่น ซื้อโทรศัพท์มือถือ ซื้อของผ่อนชำระ ฯลฯ ซึ่งเจ้าของบัตร จะเคราะห์ร้ายในภายหลังครับ
ให้ทำดังนี้
บัตรประชาชน ต้องลงสำเนาถูกต้อง ใส่วันที่ แล้วเซ็นกำกับ จากนั้นให้ขีดเส้นคู่ (รางรถไฟ) แล้วเขียนระหว่างเส้นคู่ว่า....สำหรับสมัครบัครเครดิตแบงก์ A
สำหรับสมัครงานที่บริษัท B อะไรก็ว่าไป โดยให้ทำตรงบริเวณรูปถ่าย ใกล้ใบหน้า แล้วเซ็นกำกับอีกครั้ง แถวๆ ต้นคอ กรณีนี้
....สำเนาบัตรคุณจะไม่สามารถนำไปใช้ในกรณีอื่นได้อีก ถ้าไปถ่ายใหม่ ข้อความที่อยู่ที่รูปก็จะยืนยันวัตถุประสงค์เดิม และลายเซ็นที่ต้นคอ จะกลายเป็นการถ่ายเอกสาร...ถ้าใช้ลิควิดลบ รูปและข้อความจะเสียหาย
ที่สำคัญ เอกสารฉบับจริงจะต้องมีลายเซ็นสองแห่ง ซึ่งยืนยันซึ่งกันและกันเองครับ


113. มือถือที่คุณซื้อของจริงหรือเปล่า
เห็นหลายๆคนบ่นๆๆๆ ว่าซื้อมือถือและโดนหลอก ผมได้ Fwd Mail มาจากน้องคนนึง อ่านแล้วตรวจสอบข้อมูลแล้ว มันเป็นเรื่องที่ปฏิบัติตามแล้วรับรองคุณจะมีความเสี่ยงกับการโดนหลอกไม่ถึง 1 %
ผมเองก็อยู่ในวงการมือถือ มีความรู้บ้างนิดหน่อย เวลาจะซื้อเครื่องที่มาบุญครอง ก็จะใช้วิธีการเดียวกับใน Fwd Mail อันนี้อะครับ
ปล. ผมไม่ได้บอกว่าจะป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ กรุณาทำความเข้าใจด้วย แต่ถ้ารู้เทคนิคนี้ รับรองโอกาสที่จะโดนหลอกมีน้อยมากครับ

พ่อค้าไทยแห่กันไปกว้านซื้อโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมของโนเกียเหมามาเป็นคอนเทนเนอร์จากพ่อค้าที่สิงคโปร์ไต้หวันและฮ่องกง แล้วลักลอบเข้ามาในประเทศ งานนี้พ่อค้าหัวใสได้หลายเด้งเพราะได้ของตกรุ่น และของเก่ามาแกะเอาอะไหล่ เช่นเมนบอร์ดตลอดจนชิ้นส่วนอื่นๆเอาไว้เป็นอะไหล่ จากนั้นก็มายำให้เป็นเครื่องใหม่ เปลี่ยนหน้ากาก ทำกล่อง และคู่มือการใช้ให้เหมือนของแท้ แล้วจำหน่ายให้กับลูกค้า ทั้งในเขตกทม. และต่างจังหวัดโดยผ่านยี่ปั้ว
ผู้ซื้อส่วนใหญ่ก็ไม่รู้เพราะคิดว่าเป็นของแท้เนื่องจากที่ร้านก็ขายหลายยี่ห้อด้วยกันเป็นเครื่องใหม่ทั้งนั้นแถมยังให้ซื้อแบบผ่อนส่ง โดยธรรมชาติของลูกค้ากลุ่มนี้ ไม่มากเรื่องอยู่แล้วทำให้สินค้าเถื่อนขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ขณะที่พ่อค้าประเทศเกาหลี สิงคโปร์ และฮ่องกงนอกจากจะขายขยะได้เป็นเงินแล้วยังตัดปัญหาเรื่องการกำจัดขยะ ที่มีสารพิษซึ่งตามกฎหมายของประเทศเหล่านั้น จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินจำนวนมาก ส่วนตลาดเครื่องลูกข่ายระดับบนตั้งแต่ราคาเกินหมื่นขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องที่มีลูกเล่นแพรวพราวขณะนี้มีการหิ้วเข้ามาเป็นจำนวนมากทุกวันทำกันจนความแตกถูกศุลกากรจับได้จำนวนมาก แต่ดูเหมือนเป็นการเตะหมูเข้าปากหมาเพราะมีเจ้าหน้าที่บางคนซิกแซ็กนำของที่จับได้มาขายในราคาถูก ตัดราคาขายดิบขายดี แข่งกับมาบุญครองในขณะนี้ ทำเอานักขนมือถือข้ามแดนเข็ดขยาดเพราะเจอมาเฟียดอนเมืองทำตัวเป็นยี่ปั้วเสียเอง

ไหนๆ ก็เลยแถมเรื่องการดูมือถือก่อนการซื้อด้วย ได้มากจาก Forward mail นะครับ ขอขอบคุณเจ้าของบทความด้วย

สวัสดีครับ ผมเป็นคนที่พอมีความรู้เรื่องมือถือผมเป็นคนนึงที่พึ่งไปซื้อเครื่อง 8850 จาก MBK มา ก่อนไปซื้อ ผมก็ได้ยินมามากเหมือนกันว่าที่ MBK ตอนนี้จะมีแต่เครื่อง BUILT ผมจึงอยากเตือนคนที่จะไปซื้อมือถือที่ MBK ว่าควรดูเครื่องให้ดีๆ เสียก่อน ไม่ใช่ว่าจะซื้อแต่ร้านใหญ่ๆดูน่าเชื่อถือเพราะเมื่อคุณอ่านเรื่องนี้แล้วคุณอาจจะต้องเปลี่ยนใจก็เป็นได้
ผมไปซื้อมือถือ 8850ที่ MBK มาผมได้ใช้เวลาเดินดูทั้งหมด 7 ร้านใหญ่ๆ ชั้น4โซนกลางและโซนโตคิวอยู่ 4 ชั่วโมง ปรากฏว่า ผมลองเปิดเครื่อง check imei ดูมี 4 ร้านใหญ่ที่เป็น เครื่อง BUILT อีก 3 ร้าน เป็นเครื่องหิ้วแท้ๆ

วิธีเช็คดูว่าเป็นเครื่อง BUILT รึปล่าวให้คุณทำตามดังนี้ (เฉพาะNOKIAทุกรุ่น)
ดูเลข imei หลังเครื่อง 15 หลักแล้วจำไว้ (อาจจะจำแค่ 4 ตัวท้าย) ขอคนขายเปิดเครื่องดู แล้วกด
*#92702689#
จะปรากฏเมนูลับขึ้นมายในเมนูจะประกอบด้วยเลข imei วันเดือนปีที่ผลิต ฯลฯ
จากนั้นก็เช็คดูว่าเลขที่เราจำมาจากหลังเครื่องกับในเมนูลับเป็นอันเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ก็BUILTชัวร์
ผมจึงอยากฝากคนที่จะไปซื้อว่าให้ดูให้ดีๆก่อน เพราะผมไปถามร้านใหญ่ๆมา 7 ร้านเป็น BUILT ซะ 4ร้าน เรื่องราคามันต่างกันไม่เท่าไหร่หรอกครับเราเอาเครื่องที่ผลิตมาจาก Finland จริงๆ ดีกว่าซื้อเครื่อง BUILT แล้วมันเสียความรู้สึกน่ะครับ

เคล็ดลับการตรวจวันผลิตมือถือ Nokia และเทคนิคการดูอี่มี่,เวอร์ชั่นฯลฯการตรวจเช็คว่าโทรศัพท์ Nokia เครื่องนั้นๆ ผลิตเมื่อไหร่ ตรวจสอบได้โดยการกด *#92702689# หน้าจอจะแสดงข้อมูลต่างๆ บรรทัดแรกจะมีserial number นั้นก็คือ เลข Imieนั้นเองบรรทัดต่อไปจะแสดงวันผลิต "MADE" ตรงนี้แหละที่สำคัญจะบอกได้ว่าเครื่องออกจากโรงงานมาตั้งแต่เมื่อไหร่ บรรทัดต่อๆไป ตรงวันที่ซื้อและวันซ่อม สามารถป้อนข้อมูลเองได้ตรงนี้ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ควรให้ความสนใจ น่าสนใจ อีกตรงที่บรรทัดสุดท้าย LifeTimer(แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีในโนเกียทุกรุ่นหรือเปล่า บางรุ่นอาจไม่บอกตรงนี้) ตรงนี้จะบอกเวลาที่โทรศัพท์ถูกใช้งานมาตั้งแต่แรกซื้อบอกเวลาเป็นชั่วโมง(การเข้าเช็คเวลาจะออกต้องปิดเครื่องแล้วเปิดเครื่องใหม่)
การเช็คเบื้องต้น การดูอีมี่(Imie) กด *#06# (การดูเลขImieโดยการกด *#06# สามารถดูได้ทุกยี่ห้อ) ดูเวอร์ชั่นและวันที่ออกเวอร์ชั่นของโนเกีย กด *#0000# (ขอย้ำว่าไม่ใช่วันผลิต) ดูอีมี่แล้ว เทียบกับเลขที่หลังเครื่อง(ตรงช่องที่ใส่แบตฯ)ว่าตรงกันหรือเปล่าถ้าไม่ตรงกันแปลว่าอาจทำการดัดแปลงอีมี่ หรือเปลี่ยนบอร์ดเครื่องภายในเป็นส่วนวันที่ออกเวอร์ชั่นและเวอร์ชั่นจะมีตัวเลขบอก เช่น v5.83 สำหรับเช็คว่าควรเอาไปอัพเกรดเหรอเปล่าการเอามือถือมาอัพเกรด เช่น จากเดิมเป็น 8210 มาเป็น 8250นั้นสามารถดูง่ายๆได้จาก กด *#0000# ดูที่ชื่อเฉพาะของโทรศัพท์จะอยู่บรรทัดสุดท้าย เช่น V5.12 (เวอร์ชั่น) 02/01(วันที่ออกเวอร์ชั้น) NX-5 (ตรงนี้แหละครับคือชื่อเฉพาะของแต่ละรุ่น) แต่ข้อจำกัดคือคุณต้องรู้ชื่อเฉพาะของโทรศัพท์แต่ละรุ่นสามารถเทียบได้กับโทรศัพท์ของเพื่อน
อีกทางที่สามารถสังเกตได้คือเวลากดเข้าไปในเมนูโทรศัพท์ทุกรุ่นจะมีรูปโทรศัพท์เล็กๆปรากฎอยู่ในเมนูต่างๆ ก็ดูว่าตรงกันหรือเปล่า ถ้าเป็น 8210 อัพมาเป็น 8850ดูได้ง่ายเพราะรูปจะต่างกัน เดี๋ยวนี้เท่าที่ทราบเขาสามารถอัพเกรดเวอร์ชั่นได้สามารถเปลี่ยนได้หลายอย่าง เวลาซื้อก็ดูกันให้ดีๆระวังของย้อมแมว แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นเพราะถ้าซื้อร้านดีๆเขาจะบอกเลยว่าเป็นเครื่องตัวจริง หรือดัดแปลง

เพิ่มเติมให้นะครับ

ALCATEL
IMEI number: * # 0 6 #
Software version: * # 0 6 #
Net Monitor: 0 0 0 0 0 0 *

ERICSSON
IMEI number: * # 0 6 #
Software version: > * < < * < *
Default language: < 0 0 0 0 >
Enter to phone menu without SimCard - after Wrong PIN
press NO: * * 0 4 * 0 0 0 0 * 0 0 0 0 * 0 0 0 0 #
Information about SIMLOCK: < * * <

MOTOROLA
IMEI number: * # 0 6 #
Net Monitor ON: * * * 1 1 3 * 1 * [OK]
Net Monitor OFF: * * * 1 1 3 * 1 * [OK]
* - press this until box shown up

NOKIA
IMEI number: * # 0 6 #
Software version: * # 0 0 0 0 # or * # 9 9 9 9 #
Simlock info: * # 9 2 7 0 2 6 8 9 #
Enhanced Full Rate: * 3 3 7 0 # [ # 3 3 7 0 # off]
Half Rate: * 4 7 2 0 #
Provider lock status: # p w + 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0 + 1
Network lock status: # p w + 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0 + 2
Provider lock status: # p w + 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0 + 3
SimCard lock status: # p w + 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0 + 4

1234567890 - MasterCode which is generated from IMEI

PHILIPS
IMEI number: * # 0 6 #
Simlock info: * # 8 3 7 7 #
Security code: * # 1 2 3 4 # (Fizz) or * # 7 4 8 9 #

SUMSUNG
IMEI number: * # 0 6 #
Software version: * # 9 9 9 9 # albo * # 0 8 3 7 #
Net Monitor: * # 0 3 2 4 #
Chaning LCD contrast: * # 0 5 2 3 #
Memory info: * # 0 3 7 7 # albo * # 0 2 4 6 #
Reset memory (SIMLOCK`a removing!!!): * 2 7 6 7 * 3 8 5 5#
Reset CUSTOM memory: * 2 7 6 7 * 2 8 7 8 #
Battery state: * # 9 9 9 8 * 2 2 8 #
Alarm beeper: * # 9 9 9 8 * 2 8 9 #
Vibra test: * # 9 9 9 8 * 8 4 2 #

SIEMENS
IMEI number: * # 0 6 #
Software version: put off sim card and enter: : * # 0 6 # and press LONG KEY
Bunus screen: in phone booke: + 1 2 0 2 2 2 4 3 1 2 1
Net Monitor (S4 Power): Menu 9 8, left SoftKey, 7 6 8 4 6 6 6, Red phone, Menu 5 6

SAGEM
IMEI number: * # 0 6 #
Service Menu access: MENU 5 1 1 #

หมายเลข IMEI จะเป็น code ที่สามารถบ่งบอกได้หลายอย่าง เช่น หมายเลข 6 ตัวแรกจะบอกถึง zone ของประเทศที่มือถือเครื่องนั้นจะถูกส่งไปขาย ส่วนเลขตัวที่ 7 กับ 8 จะบอกว่ามือถือเครื่องนั้นๆผลิตที่ประเทศอะไร เพราะอย่าง Nokiaส่วนใหญ่จะเขียนว่า Made by Nokia จึงไม่ทราบว่ามันเป็นเครื่องที่ผลิดในประเทศอะไร ยกเว้นเครื่อง Finland จะเขียนว่า Made in Finland เลยนอกนั้นจะเขียน Made by Nokia อย่างเท่าที่ทราบมาคือ
07= made in Germany
10 = made in Finland
30= made in Korea
40 = made in UK
67= made in USA
71= made in Malaysia
80 หรือ 81 = made in China
(เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกยี่ห้อนะครับ)
ส่วนเลขตัวต่อๆไปที่เหลือเป็น Serial Number

Nokia Firmware Code List
Here's a list of Nokia firmware codes I gathered from various sources.
It is incomplete and may contain errors. The first table is sorted by phone model number; the second by the software codes.
To reveal the version number, either:
press *#0000# on the main screen. This trick applies to all GSM mode ls since the 6110.
Check the Type: code on the barcode label at battery compartment.
Table 1. Model Number ordering 11 TFF-3
20 TME-2
22 TME-1
100 THX-9L
450 THF-9
505 NHX-8
540 THF-11
550 THF-10
640 THF-13
650 THF-12
1011 NHE-2
1610 NHE-5
1610 NHE-5NX
1611 NHE-5SX
1630 NHE-5NA
1630 NHE-5NX
1631 NHE-5SA
2010 NHE-3
2110 NHE-1
2110i NHE-4
2118 NHE-4
2140 NHK-1XA
2148 NHK-1
2148i NHK-4
2160 NHC-4NE/HE
2160i NHC-4NE/HE
2170 NHP-4
2180 NHD-4X
2190 NHB-3NB
3110 NHE-8
3210 NSE-8/9
3285 NSD-1A
3310 NHM-5NX
3315 NHM-5NY
3320 NPC-1
3330 NHM-6
3350 NHM-9
3360 NPW-1
3390 NPB-1
3395 NPB-1B
3410 NHM-2
3510 NHM-8
3810 NHE-9
5110 NSE-1
5110i NSE-1
5110i (apac) NSE-2
5120 NSC-1
5125 NSC-1
5130 NSK-1
5160 NSW-1
5170 NSD-1F
5180 NSD-1G
5185 NSD-1A
5190 NSB-1
5210 NSM-5
5510 NPM-5
6011 RTE-2RH
6050 NME-1
6080 NME-2
6081 NME-2A
6081 NME-2E
6090 NME-3
6110 NSE-3
6120 NSC-3
6130 NSK-3
6138 NSK-3
6150 NSM-1
6160 NSW-3AX
6161 NSW-3ND
6162 NSW-3AF
6185 NSD-3
6188 NSD-3AX
6190 NSB-3
6210 NPE-3
6250 NHM-3
6310 NPE-4
6310i NPL-1
6340 NPM-2
6360 NPW-2
6370 NHP-2FX
6500 NHM-7
6510 NPM-9
7110 NSE-5
7160 NSW-5
7190 NSB-5
7210 NHL-4
7650 NHL-2
8110 NHE-6
8110 NHE-6BX
8110i NHE-6
8110i NHE-6BM
8146 NHK-6
8148 NHK-6
8148i NHK-6V
8210 NSM-3
8250 NSM-3D
8260 NSW-4
8265 NPW-3
8270 NSD-5FX
8290 NSB-7
8310 NHM-7
8390 NSB-8
8810 NSE-6
8850 NSM-2
8855 NSM-4
8860 NSW-6
8890 NSB-6
8910 NHM-4
9000 RAE-1
9000i RAE-4
9110 RAE-2
9110i RAE-2i
9210 RAE-3
9210c RAE-3
9290 RAE-3N


114. คุณกลัวอะไรที่สุดเรียงตามลำดับความกลัว 1-5
1.ความตาย
2.ผี
3.การอยู่คนเดียว
4.การจากลา
5.สัตว์น่าขยะแขยง

ดูเฉลยด้านล่าง
เฉลย
ความตาย ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ
1 คุณเป็นคนขี้ระแวง แต่คุณจะเป็นคนมีความรับผิดชอบ
2 คุณเป็นคนค่อนข้างรับความเป็นจริง และค่อนข้างกล้าหาญ
3 คุณเป็นคนไม่หูเบาฟังหูไว้หู มีความเคารพดีเป็นเลิศ
4 คุณเป็นคนค่อนข้างจะอ่อนโยน แต่รับความจริงไม่ค่อยจะได้
5 คุณกล้าหาญเกินตัว มีน้ำใจ และมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ความตาย หมายถึง ความเป็นจริง

ผี ถ้ามันเป็นสิ่งที่คุณกลัวอันดับ
1คุณเป็นคนที่อ่อนไหว แต่มีความจริงใจ
2คุณเป็นคนที่ไม่ละเลยกับวัฒนธรรมเก่าๆแต่คุณก็เป็นคนยุคใหม่ไฟแรง ( มนุษย์เกาเหลา )
3 ความเป็นคนที่อยู่ในกรอบคือตัวคุณ
4 คุณเป็นคนที่ไว้ใจได้ (ซื่อสัตย์)
5 คุณเป็นคนไม่มีเหตุผล ขี้โมโห แต่จุดดีคือคุณว่องไว ฉลาด

การอยู่คนเดียว ถ้ามันเป็นวิ่งที่คุณกลัวอันดับ
1 คุณเป็นคนใจดี ใจอ่อน
2 คุณเป็นคนที่แคร์คนรอบข้าง
3 คุณเป็นคนที่มีความพยายาม
4 คุณเป็นคนมีเหตุผล
5 คุณเป็นคนเคร่งครัดในธรรมเนียม
จึงเชื่อได้ว่าคุณไม่(น่า)จะกฎและชอบความยุติธรรม

การจากลา ถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับที่
1 คุณเป็นคนที่รักมั่นคงไม่โลเล
2 คุณเกลียดการโกรธกันแบบไม่มีเหตุผลแบบเห็นหน้าไอ้นี่แล้วมันไม่ถูกชะตาเตะมันดีกว่าถ้าคุณรู้สึกคุณจะเก็บมันไว้ได้ดี
3 คุณเลือกคบคนแต่คุณก็เลือกคบคนที่ใจใช่หน้าตา
4 คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะสุงสิงกับใครเพราะคุณ(ท่าทาง)งานเยอะ สรุปง่ายๆคุณเป็นคนจริงจัง
5 คุณชอบที่จะทำอะไรเเบบเงียบๆเพราะคุไม่ชอบอะไรเอะอะ

สัตว์น่าขยะแขยง ถ้าคุณกลัวมันเป็นอันดับ
1 คุณแสนจะสำอางไม่ชอบสิ่งสกปรก
2 คุณไม่ชอบที่จะทำอะไรให้ยุ่งยาก
3 คุณไม่รักที่จะเจอคนไม่พึงประสงค์เพราะคุณเป็นคนที่เก็บความผิดพลาด (ของตัวเองและคนอื่น ) มาเป็นบทเรียน
4 คุณกล้าหาญมากๆ
5 คุณไม่เป็นคนที่รักง่ายหน่ายเร็วแต่คุณไม่คิดว่าถ้าเธอ ที่คุณชอบจริง รับรองคุณจะไม่ลืมเขาเลย


115. รักและผูกพัน
รัก ต้องการผูกพัน
รักอย่างเดียว แต่ไร้การผูกพัน รักนั้นจะไม่ยั่งยืนตลอดไป
รักที่ยั่งยืนมั่นคง ต้องการความผูกพัน
ผูกพัน คืออะไร
ยกตัวอย่างง่ายๆที่เห็นได้เด่นชัด คือ
เช่นการผูกเชือกสองข้างเข้ากับที่นั่งชิงช้า จะต้องผูกทั้งสองข้างให้แน่น
โดยสมมุติให้ ชาย กับ หญิง ผูกเชือกชิงช้าคนละข้าง
การผูกเชือก ต้องรู้วิธีผูกที่ถูกต้อง เชือกจึงจะผูกมัดแน่นได้อย่างมั่นคง
การรู้วิธีผูกเชือก เปรียบเหมือนผู้ที่มีประสบการณ์
รู้วิธีผูกเชือกแล้ว ยังต้องมีความตั้งใจและอดทน จึงผูกได้สำเร็จลุล่วง
รู้วิธีผูก(ประสบการณ์) และความตั้งใจอดทน ยังไม่พอ ต้องรู้ผ่อนสั้นผ่อนยาว ให้เชือกสองข้างยาวเท่ากัน ชิงช้าจึงไม่เอนเอียง การผ่อนสั้นผ่อนยาว คือการรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน
ทั้งหมดดังกล่าวมาแล้วก็ยังไม่พอ ทั้งสองชายหญิงยังต้องมีความเห็นที่ตรงกัน รวมใจเป็นหนึ่งมาร่วมผูกมัดพร้อมกัน ชิงช้านั้นจึงสำเร็จ
แก่วงไกว รื่นเริง นานแสนนาน
รักและผูกพัน ใจสองเราไว้


116. ของฝากจากลุงกวาดถนน
เมื่อเช้าตื่นเช้าเป็นพิเศษ เลยได้ออกจากบ้านเร็ว ขับรถออกมาจากซอยเลยได้ เจอลุงกวาดถนน หน้าตาคุ้นเคย เพราะแกประจำอยู่ซอยนี้มาหลายปีดีดัก ปกติจะไม่มีเวลาทักกัน (เพราะตื่นสายรีบมาก 55) แกเห็นรถผมมา ก็จะตะเบ๊ะให้เป็นการหยอกล้อภาคเช้า ในฐานะที่ผมเป็นลูกทหาร

เช้าวันนี้ฤกษ์ดีเวลาเหลือเฟือ เลยจอดรถแวะคุยกับแกซักหน่อย กี่ปีๆแกก็ยังน่ารักเหมือนเดิม ยืนคุยกับแกซักครู่ แกก็ไล่ผมไปทำงาน ผมขึ้นรถแล้วขับต่อ แต่ความคิดยังวนเวียนถึงหลายๆเรื่องเกี่ยวกับทัศนคติของลุงกวาดถนนที่เคยได้รับรู้มา และสร้างความชื่นชมให้เกิดขึ้นในใจเสมอว่า แกเป็นคนทำงานที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในความรู้สึกของผม จึงอยากแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จักแกและเก็บเกี่ยวทัศนคติดีดีในการทำงานของแก ไปปรับใช้กับการทำงาน ของตน เพื่อวันหนึ่ง เพื่อนๆ จะได้มีโอกาสเป็นคนทำงานที่ยิ่งใหญ่ ในใจของใครซักคน

1. วันนี้คุยกับแกได้แป๊บเดียว แกก็ไล่ผมไปทำงาน ด้วยเหตุผลน่ารักๆ ของแก คือ "ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพักของลุง ไม่คุยเยอะ วันหลังคุยใหม่" ... ไอ้ผมถึงขั้น เหวอ... เดินงงขึ้นรถ ขับจากไป
*** ความเคารพเวลาปฏิบัติงาน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงใช้เวลาทานข้าวกลางวัน+แวะแบงค์+ชอปปิ้ง+ซื้อมะม่วงดอง ถึงบ่ายสอง หรือ... หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงใช้โทรศัพท์ขององค์กรเพื่อจู๋จี๋กับแฟน เมาท์กับเพื่อนเป็นชั่วโมง ...โปรดคิดถึงคำของลุงกวาดถนน ***

2. ผมจำได้ว่า น้อยครั้งมากที่ผมจะขับรถออกจากซอยโดยไม่ได้เจอแก วันหนึ่งฝนตกหนัก ผมยังเห็นแก นั่งก้มๆ เงยๆ แงะเศษใบไม้ที่อุดท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก
*** ความมุ่งมั่นเพื่อทำให้งานในความรับผิดชอบของตน เป็นงานที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เสมอ เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม หากวันนี้ เพื่อนๆยังโทรไปขอลาหยุดงาน ด้วยเหตุผลลึกๆ ในใจที่ไม่ได้บอกฝ่ายบุคคลว่า ตื่นสายเลยขี้เกียจไป หรือ หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังมีความคิดว่า "ทำแค่ที่สั่ง" .... โปรดนึกถึง ท่านั่งยองๆ แคะใบไม้ออกจากท่อของลุงกวาดถนน

3. มีครั้งหนึ่ง ผมแวะเติมน้ำมันที่หน้าปากซอยข้างๆ เจอลุงกวาดถนน กวาดอยู่แถวนั้น ผมก็ทัก "อ้าว ทำไมลุงมากวาดตรงนี้" ลุงบอกว่า "เพื่อนไม่มา" แบมถามว่า "แล้วหัวหน้าเขตให้ลุงมากวาดซอยนี้ด้วยเหรอ เหนื่อยแย่" ลุงบอกว่า "ทำไมต้องมีใครบอก?"
*** ความเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมงาน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังมีเวลานั่ง chat ในขณะที่เพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ ยุ่งหัวฟู หรือ หากวันนี้ เพื่อนๆ เริ่มเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน ตั้งแต่ก่อนเวลาเลิกงานครึ่ง ชั่วโมง ทั้งที่เพื่อนร่วมงานต้องทำงานล่วงเวลาเสมอ .... โปรดนึกถึง ภาพลุงกวาดถนนที่ต้องเดินไปอีก 500 เมตร เพื่อไปกวาดถนนแทนเพื่อน

4. ปีใหม่ปีที่แล้ว ผมถามแกว่า แกอยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ เหล้านอกซักขวดไหม? แกบอกว่า "อยากได้หมวกใบใหม่ ไว้ใส่ทำงานตอนแดด ร้อนๆ" ส่วนปีนี้ แกบอกไว้นานแล้ว ว่า อยากได้กระติกน้ำที่มีที่คาดเอว เพราะเวลากวาดถนนแล้วหิวน้ำ จะได้ไม่ต้องเดินไปกินไกลๆ ผมยังคิดว่า ผมจะหากระติกแบบเก็บความเย็นได้ให้นะ...
*** ความพยายามที่จะแสวงหาสิ่งที่สามารถเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงคิดว่า โบนัสปลายปี สำคัญกว่า การขอไปสัมนาอบรมเพื่อเพิ่มความรู้เรื่องงาน หรือ หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงนั่งทำงานไป คิดไปว่า องค์กรควรจะให้อะไรกับเราเพิ่มขึ้นบ้าง แทนที่จะคิดว่า เราทำอะไรเพื่อองค์กรเพิ่มขึ้นได้บ้าง ... โปรดนึกถึง ลุงกวาดถนน กับหมวกใบเก๋ ใต้แสงแดดที่ร้อนจัด

5. ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นปีที่แล้วที่แกป่วย ไม่มาทำงานหลายวัน หลายๆ คนที่อยู่ในซอยนี้ รู้ข่าว ก็แห่ไปเยี่ยมแกที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง เข่าแกอักเสบ หลังจากนั้นไม่กี่วัน แกถูกย้ายจากโรงพยาบาลรัฐ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน ด้วยการเกื้อหนุนจากผู้ร่ำรวยน้ำใจที่อาศัยอยู่ในซอยแห่งนี้นั่นเอง (อันนี้แกเล่าให้ฟังหลังจากที่หายดีแล้ว ผมแย่มาก ไม่รู้เรื่องเลยไม่ได้ไปเยี่ยมแกเลย)
*** ความตั้งใจในการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างซื่อสัตย์และจริงใจสม่ำเสมอ(ลูกค้า ของแกคือผู้ที่มีบ้านอยู่ในซอยนี้) เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และเชื่อเถอะ ว่าลูกค้าก็รู้ซึ้งถึงความตั้งใจ และจะตอบแทนความตั้งใจนั้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในสักวัน หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงคิดว่า
ลูกค้าที่เรื่องมากเป็นบุคคลที่น่ากำจัด หรือ หากวันนี้ เพื่อนๆ ยังคงปฏิบัติกับลูกค้าแบบขอไปที โปรดนึกถึงภาพลุงกวาดถนนนอนอยู่บนเตียง พยาบาล แล้วมีคนแปลกหน้ามาเยี่ยมเยือน เพื่อนๆ คงนึกออกว่าเป็นภาพที่น่าสุขใจเพียงใด******

ป่านนี้ลุงกวาดถนนคงหลับไปแล้ว เพราะต้องตื่นเช้า แต่ผมยังไม่หลับ ความคิดเรื่องเกี่ยวกับแกยังเวียนวน ยิ่งได้อ่านกระทู้ของเพื่อนบางคน แบมก็ยิ่งคิดถึงคุณลุงกวาดถนน.....อยากให้เค้าเป็นได้สักครึ่งหนึ่งของลุงกวาดถนนจริงๆ...


117. คำถามเปลี่ยนชีวิต
มีปริศนาที่อยากให้ช่วยกันเฉลยหน่อย ?ทำไมนกกระยางจึงยืนขาเดียวเวลาหลับ? ขอบอกว่านี่เป็นปริศนาประลองเชาว์ ไม่เกี่ยวกับความรู้รอบตัว
ถ้าผ่านไป 5 นาทีแล้วคุณยังคิดไม่ออก (หรือยังตอบได้ไม่ถูกใจทั้งคนถามและคนฟัง) นั่นเพราะคุณมัวแต่จะถามตัวเองใช่ไหมว่า...ทำไมมันยืนขาเดียว ทำไมมันไม่ยืนสองขา
ลองเปลี่ยนมาถามตัวเองใหม่สิว่า..ทำไมมันหดขาเดียว ทำไมมันไม่หดสองขา เท่านี้แหละ คำตอบก็ออกมาทันทีว่า ?ถ้ามันหดทั้งสองขา มันก็ล้มน่ะสิ?
ปริศนาข้อนี้ตอบได้ง่าย หากเราเปลี่ยนมุมมอง หรือตั้งคำถามเสียใหม่ นกกระยางยืนขาเดียว กับนกกระยางหดขาเดียว ที่จริงก็คือสิ่งเดียวกัน แต่เป็นภาพอันเกิดจากมุมมองที่ต่างกัน และสามารถชักนำความคิดของเราไปคนละทิศละทางได้
การเปลี่ยนคำถามหรือมุมมอง ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่วยให้เรารอดพ้นจากอาการหน้าแตกเวลาถูกจู่โจมด้วยปริศนาแบบนี้ (ซึ่งบางคนเรียกอย่างเจ็บแค้นว่า ปริศนาปัญญาอ่อน) ที่จริงมันมีประโยชน์มากกว่านั้น เชื่อหรือไม่ว่า มันอาจจะมีผลถึงกับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณได้ คงมีหลายครั้งที่คุณรู้สึกเศร้าสร้อยน้อยใจ เฝ้าบ่นในใจว่า ?ทำไมเขาไม่เข้าใจเราเลย? ไม่ว่าเขา (หรือเธอ) คนนั้นเป็นเพื่อนหรือคู่รักของคุณก็ตาม การตอกย้ำกับตัวเองด้วยความคิดอย่างนี้ บางทีก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากตัวเองจะทุกข์แล้ว ยังอาจหมางเมินเขามากขึ้น ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงไปอีก
ลองเปลี่ยนมุมมองหรือตั้งคำถามใหม่สิว่า ?แล้วเราล่ะ เข้าใจเขาบ้างหรือเปล่า? การถามแบบนี้อาจช่วยให้เราพบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาก็ได้ เพราะอันที่จริง เราเองก็คงไม่ได้เข้าใจเหมือนกัน
สัมพันธภาพของผู้คนมักมีปัญหาก็เพราะทุกคนคิดแต่จะเรียกร้องให้คนอื่นเข้าใจตนเอง แต่ไม่พยายามหรือแม้กระทั่งคิดที่จะเข้าใจคนอื่น
ถึงตรงนี้ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า ?ทำไมเขาไม่เข้าใจเรา? แต่อยู่ที่ ?ทำไมเราถึงไม่เข้าใจเขา? และ ?ทำอย่างไร เราถึงจะเข้าใจเขาได้?
ในทำนองเดียวกัน สำหรับคนที่ชอบบ่นในใจว่า ?ทำไมฉันถึงซวยอย่างนี้? หากเปลี่ยนมาถามตัวเองว่า ?ทำไมฉันชอบบ่นอย่างนี้? เขาอาจได้คิดและลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ไม่ทดท้อหรืองอมืองอเท้าเหมือนเก่า การรู้จักตั้งคำถามเป็นศิลปะสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิต
ทุกวันนี้เราถูกสอนให้สนใจคำตอบ จนลืมว่าคำถามนั้นสำคัญกว่าคำตอบมาก คำถามนั้นเป็นตัวกำหนดคำตอบ พูดอีกอย่างก็คือ คำถามเป็นตัวกำหนดความคิดและการกระทำของเรา ถ้าตั้งคำถามผิด ก็พาความคิดของเราเข้ารกเข้าพง ซ้ำอาจพาชีวิตหลงทางไปด้วย
เด็ก (และผู้ใหญ่) หลายคน ชอบถามในใจเวลามีงานมากองอยู่ข้างหน้าว่า ?ฉันจะทำได้หรือ? คำถามอย่างนี้ชวนให้ท้อ แต่ความรู้สึกของเขาจะเปลี่ยนไป หากเขาถามตัวเองใหม่ว่า ?ทำไมฉันจะทำไม่ได้? อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งอุปสรรคไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าทำได้หรือไม่ได้ หากอยู่ที่แรงจูงใจ
มีคำถามหนึ่งซึ่งคุณหมอประเวศ วะสี บอกว่า เป็นคำถามที่น่าเกลียดที่สุด แต่เป็นคำถามที่กำลังระบาดไปทั่วสังคมไทย นั่นก็คือ คำถามว่า ?ทำแล้วฉันจะได้อะไร? คำถามอย่างนี้ทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ทำให้จิตใจแคบลง และหาความสุขได้ยาก
จะไม่ดีกว่าหรือ หากเราถามใหม่ว่า ?ทำแล้วส่วนรวม (หรือสังคม) จะได้อะไร? การคำนึงถึงส่วนรวมโดยเริ่มต้นจากคำถามแบบนี้
จะช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่มากขึ้น และคนที่เสียสละเพื่อส่วนรวมก็จะได้ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามของญาติมิตรว่า ?ทำแล้วเธอได้อะไร? หรือถูกตั้งข้อสงสัยว่า ?ได้ไปเท่าไหร่?
การถามว่า ใคร กับ ทำไม ก็ให้ผลที่แตกต่างกันมาก เวลาเกิดเหตุร้ายขึ้นมา คนส่วนใหญ่มักสนใจว่า ใครทำ แต่ไม่ค่อยถามว่า ทำไมเขาจึงทำ คำถามแรกนั้นเพียงแต่สนองความอยากรู้อยากเห็น แต่คำถามหลังช่วยให้เห็นสาเหตุของปัญหา และอาจนำมาเป็นบทเรียนแก่ตนเองได้
คุณโสภณ สุภาพงษ์ เล่าว่า ตอนที่ไปบริหารโรงกลั่นน้ำมันบางจากใหม่ๆ โรงกลั่นอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก อุบัติเหตุเกิดขึ้นประจำ ขาดทุนมหาศาล ขณะที่ขวัญของพนักงานก็ไม่ดี เพราะมีปัญหาสืบเนื่องจากเจ้าของเดิม คุณโสภณเล่าว่า เวลาเกิดอุบัติเหตุในโรงกลั่น จะไม่ถามพนักงานว่า ?ใครทำ? แต่จะถามว่า ?ทำไมถึงเกิดขึ้น?
วิธีการดังกล่าวมีผลคือ ทำให้พนักงานช่วยกันหาสาเหตุและวิธีป้องกันแก้ไข แทนที่จะซัดทอดหรือกล่าวโทษกัน ซึ่งมีแต่จะทำให้แตกความสามัคคีกันมากขึ้น ในเวลาไม่นานโรงกลั่นก็แทบไม่มีอุบัติเหตุเลย กำไรก็เพิ่มมากขึ้น จนมีสถานะมั่นคง ส่วนพนักงานก็ทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คงไม่มีคำถามใดสำคัญเท่ากับคำถามเกี่ยวกับชีวิตจิตใจของเราเอง ถ้าเราเริ่มรู้สึกเหนื่อยอ่อนกับการถามตัวเองไม่รู้จบว่า ?เมื่อไหร่ฉันถึงจะรวยเสียที? ลองเปลี่ยนมาเป็นคำถามว่า ?เมื่อไหร่ฉันถึงจะพอใจกับความรวยของฉันเสียที? ลองเหลียวดูรอบตัวเถิด ตอนนี้คุณอาจร่ำรวยอยู่แล้วก็ได้ แต่ยังไม่พอใจเสียที เพราะเอาแต่ชะเง้อมองคนอื่นที่รวยกว่า แต่ถึงแม้คุณจะยังไม่รวย พยายามบ่มเพาะความพอใจในสิ่งที่ตนมี แล้วคุณจะพบกับความรวยชนิดที่ไม่มีใครมาแย่งชิงได้ แม้จะอิจฉาตาร้อนจนลุกเป็นไฟก็ตาม


118. ความลับกับลูกสาว
ในค่ำคืนนึง...หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบแล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดูซึ่งสำคัญมาก ว่าแล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้ พ่อถามว่าอยากรู้มั้ยว่ามีอะไรในมือพ่อ ลูกพยักหน้า ถ้าอยากรู้ต้องเอามือเขกพื้น 3 ที ลูกทำตาม...คุณพ่อว่า ไม่พอ ต้อง 5 ที และเปลี่ยนเป็น 10 ที จนถึง 15 ที จนลูกอุทธรณ์...ก็ลูกอยากทราบนี่คะว่าเป็นอะไร
เมื่อคุณพ่อแบมือออก มันคือเหรียญ 5 บาทธรรมดานี่เองคุณพ่อหัวเราะ ! ! ! แล้วกำมือกับเหรียญ 5 บาทเดิม ถามว่าอยากดูอีกมั้ย ถ้าอยากดูต้องเขกพื้น 10 ที ลูกว่าหนูรู้แล้วไม่อยากดูค่ะ คุณพ่อว่า เอ้า... เขกพื้น 1 ทีก็ได้ ลูกก็บอก ว่าทราบแล้วไม่อยากดูอีกเบื่อค่ะ คุณพ่อว่าให้ดูฟรีๆ ก็ได้แล้วก็แบมือออก ลูกก็ดูไปอย่างนั้นเอง คุณพ่อเลยสอนว่า "นี่ละลูก อะไรที่เป็นความลับคนมักยอม ทุกอย่างที่จะได้สมปรารถนา อยากดู อยากรู้ อยากเห็น แต่เมื่อสมปรารถนาแล้ว ดูบ่อยๆแล้วก็มักจะเบื่อ ให้ดูฟรีๆ ยังไม่อยากดูเลย แล้วสิ่งที่พึงหวงแหนสำหรับลูกผู้หญิง เป็นสิ่งที่มีค่าถ้าให้ใครรู้ ก่อนเวลาอันควร ก็จะไม่มีค่าอะไร ไม่ต่างกับเหรียญ 5 บาทที่พ่อให้ลูกดูฟรีหรอก

 

 

นานาสาระ