
คุณยาย
วันหนึ่ง คุณยายท่านหนึ่งเดินออกมาหน้าบ้านของตัวเอง แล้วชะเง้อมองไปข้างหน้า สักพักมีแท็กซี่ คันหนึ่งวิ่งเข้ามา คุณยาย ไม่รีรอ โบกทันที แท็กซี่จอด แล้วคนขับแท็กซี่ก็พูดกับคุณยายว่า
คนขับแท็กซี่ "สวัสดีครับ จะไปไหนครับยาย"
คุณยาย "เอ่อ ไม่ได้ไปไหนหรอกหลาน จะมาบอกว่า ช่วยไปขนของกับยายในบ้านหน่อยสิ ยายกำลังย้ายห้อง อยู่คนเดียว ยกของไม่ไหวน่ะ"
คนขับแท็กซี่ "(สีหน้างง) โอ้ย ไม่ได้หรอกครับ ผมยุ่งเดี๋ยวต้องไปรับผู้โดยสารอีก"
คุณยาย "(เสียงแก่) ยุ่งอะไร ก็เห็นเขียนไว้ที่หน้ารถว่า "ว่าง" ขอช่วยแค่นี้ก็ไม่ได้ ใจดำ"
คนขับแท็กซี่ "!!!!!!!!!!!!!"
จำกันไม่ได้
เด็กชายตัวเล็กกำลังนั่งดูอัลบั้มครอบครัว แล้วถามแม่ขึ้นว่า
"แม่ฮับ ผู้ชายคนที่อยู่กับแม่บนชายหาดเป็นใครกันครับ คนที่ผมหยิกๆ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ คนนี้น่ะครับ"
"พ่อของลูกไงจ๊ะ" แม่ตอบด้วยความภาคภูมิใจ
เด็กชายมองหน้าแม่อย่างงงๆ แล้วถามว่า "ก็แล้วคนหัวล้านพุงใหญ่ๆ ที่อยู่กับเราตอนนี้ล่ะฮับ เขาเป็นใคร!"
Do you have mama?
เรื่องของคนไทยไปอยู่อเมริกา เรื่องไปอยู่ก็ลำบากอยู่แล้ว เรื่องอาหารการกินก็แล้วใหญ่ ก็อาหารฝรั่งน่ะมันมีรสมีชาติเหมือนอาหารบ้านเราซะที่ไหน
วันนึงก็นึกอยากกินบะหมี่สำเร็จรูปยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งของไทย (รับรองว่าไม่ได้ค่าโฆษณาค่ะ .... แต่ของเขาดังจริงๆในหมูคนไทยที่นู่น แต่ฝรั่งเค้าคงไม่รู้จักนักหรอก) ก็เลยเดินเข้าไปในมินิสโตร์ร้านนึง เข้าไปก็ถามคนขายเลย " Do you have mama? "
คนขายก็งงสิ .. ถามกลับมาว่า " What? "
คนไทยก็นึกได้ว่า mama ภาษาอังกฤษน่ะ แปลว่าแม่ อยู่ๆก็ไปถามเขาว่ามีแม่รึเปล่า เดี๋ยวเขาตอบกลับมาว่าไม่ได้มีแต่ mamaนะ papaก็มี จะยุ่งอีก ก็เลยอธิบายไป " I mean, Do you have Thai mama "
อ้าว งงสิทีนี้ คนขายก็ว่าไอ้เราก็ผมสีทองจมูกก็โด่งไหงมาถามว่าเรามีแม่เป็นคนไทยนะ ก็เลยถามว่า " What do you want to do with Thai mama? "
คนไทยก็ตอบไปตามความต้องการว่า " I want to eat Thai mama " ..........เรื่องนี้ไม่มีตอนต่อ .... ที่เหลือฝากให้เดา
อ่ะอีกเรื่อง ฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย ไปเดินเล่นอยู่สวนจตุจักร แล้วก็ไปเจอเจ้าลูกสุนัขตัวนึง หน้าตาบ๊องแบ๊วน่ารักน่าชัง ก็หลงรักขึ้นมา อยากซื้อกลับไปบ้านด้วย ก็เลยถามคนขายไปว่า " How many? "
คนขายซึ่งไม่ช่ำชองภาษาอังกฤษได้ยินก็ทำหน้างงๆ แล้วตอบไปว่า " เห่าสิ หมาบ้าน ยู ไม่เห่ารึไง "
แค่อยากรู้
ชายคนหนึ่งเดินเล่นอยู่ริมทะเล เขาพบขวดลอยน้ำมา พอเขาเปิดขวดก็มีปีศาจตัวเล็กๆปรากฏขึ้น ปีศาจพูดว่า " ข้าดีใจมากที่ได้ออกจากขวดใบนี้ ข้าจะให้พรเจ้าหนึ่งข้อ "
เขาคิดอยู่สักพัก จึงขอ " ผมอยากไปฮาวาย แต่กลัวเครื่องบิน แล้วก็เมาเรือ เลยอยากได้ถนนสร้างจากที่นี่ตรงไปยังฮาวาย "
ปีศาจตอบว่า " เสียใจ ข้าทำให้ไม่ได้ มันเป็นงานที่ใหญ่เกินไป เสาต้องลึกไปถึงก้นทะเล และต้องใช้อิฐมากมายมหาศาล "
ชายหนุ่มคิดอยู่สักพัก จึงขอใหม่ " มีอีกอย่างที่ผมอยากได้ คือผมอยากเข้าใจผู้หญิง ทำไมหล่อนถึงหัวเราะและร้องไห้ ทำไมขี้โมโห ทำไมถึงใช้ชีวิตร่วมด้วยยากเหลือเกิน อะไรที่ทำให้หล่อนเป็นแบบนั้น "
ปีศาจคิดสักพักแล้วตอบว่า " เอาหล่ะ ถนนที่ต้องการอยากได้ 2 หรือ 4 เลน "
จดหมายก่อนสิ้นใจ
เฟรด เป็นคริสเตียนที่ดีคนหนึ่ง ตอนนี้เขาป่วยหนัก นอนใกล้ตายอยู่ในโรงพยาบาล ญาติๆเรียกนักบวชมา เมื่อนักบวชมายืนข้างๆเขา เฟรดขยับมือเพื่อต้องการเขียนอะไรบางอย่าง นักบวชรีบส่งปากกากับเศษกระดาษให้เฟรด เฟรดใช้แรงที่เหลือทั้งหมด เขียนข้อความได้เพียงประโยคเดียวก็สิ้นลม นักบวชเก็บกระดาษไว้ในกระเป๋า พร้อมกับเสียงร้องไห้เสียใจของญาติๆ
ในพิธีฝังศพ หลังจากที่นักบวชคนเดิมกล่าวคำตามพิธี เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็นึกถึงเศษกระดาษที่เฟรดเขียนไว้ก่อนตาย เขาจึงประกาศว่า " ก่อนสิ้นลม เฟรดได้ฝากข้อความไว้ให้พวกเรา ฉันมั่นใจว่าจะเป็นคำที่ให้กำลังใจพวกเราได้ดี " เขาล้วงเอากระดาษออกมาแล้วอ่าน " ระยำ แกยืนเหยียบสายออกซิเจนอยู่โว้ย "
ชีวิตรักตากะยาย
คืนที่ฟ้าฉ่ำฝน ?..ตายายคู่หนึ่งจูงมือ ค่อยๆพากันเดินเข้าร้าน Mc Donalds แลดูแปลกตา ท่ามกลางเหล่าวัยรุ่นหนุ่มสาว สายตาหลายคู่จ้องมองมาอย่างชื่นชม ในความรักที่ยืนยาว มากกว่าครึ่งศตวรรษของสองตายาย
ตาเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ สั่งอาหารชุด และชำระเงินอย่างคุ้นเคย ก่อนพายายไปเลือกหาที่นั่งริมในสุดของร้าน ตายายช่วยกันนำอาหารออกจากถาด ตาค่อยๆแบ่งแฮมเบอร์เกอร์ออกเป็น 2 ส่วน เอาเฟรนช์ไฟร์ออกมานับครึ่ง และจัดวางไว้ดูน่ารับประทาน ข้างหน้ายาย คว้าแก้วโค้กมาจิบหนึ่งอึกส่งให้ยายรับไปจิบหนึ่งอึก ก่อนจะวางไว้ตรงกลางเบื้องหน้าทั้งคู่
ขณะที่ตาเริ่มกินแฮมเบอร์เกอร์ส่วนของตนอยู่ บรรดาลูกค้าในร้าน ที่จับตาดูคู่ตายายมาตั้งแต่ต้น เริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย หลายคนสะกิดกันพลางกระซิบ น่าสงสารจัง แกคงมีเงินพอซื้อได้แค่ชุดเดียวมาแบ่งกันมั้ง? ชายหนุ่มโต๊ะข้างๆถึงกับเดินเข้ามาหา พร้อมเสนอตัวขอเป็นเจ้ามือซื้อให้อีกชุดอย่างสุภาพ
ตายิ้มรับความมีน้ำใจ แต่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่า ? ไม่เป็นไรหรอก มีอะไรเราก็ต้องเอามาแบ่งกันอยู่แล้ว ?
เวลาผ่านไป ทุกคนเริ่มสังเกตว่า ยายได้แต่นั่งนิ่งจ้องมองตากินแฮมเบอร์เกอร์อย่างเอร็ดอร่อย ไม่ยอมแตะต้องส่วนของตน นอกจากหยิบโค้กขึ้นมาจิบ ชายหนุ่มคนเดิมตัดสินใจเข้ามาหาอีกครั้ง เอ่ยขอร้อง ให้เขาได้เลี้ยงคู่ตายายที่น่ารักนี้เถอะ คราวนี้ยายเป็นฝ่ายปฏิเสธอย่างอ่อนหวาน ยืนยันเหมือนเดิมว่า มีอะไรก็ต้องเอามาแบ่งกัน
เมื่อตารับประทานเสร็จ ขณะหยิบกระดาษมาเช็ดปาก ยายก็ยังคงนั่งนิ่ง ดูสามีสุดที่รักอยู่อย่างนั้น ราวกับกลัวว่า เขาจะไม่อิ่มจริงๆ ชายหนุ่มคนเดิมก็อดรนทนไม่ได้อีก เอ่ยปากอย่างจริงจัง ขอตายายอนุญาตให้เขาเลี้ยงสักครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างสุภาพอีก ?.. ชายหนุ่มนึกสงสัย
" ทำไมคุณยายไม่รับประทานบ้างเลยครับ ก็ไหนบอกว่ามีอะไรก็ต้องเอามาแบ่งกันไง คุณตาก็ทานเสร็จแล้ว ยังรออะไรอยู่หรือครับ? "
คุณยายตอบเนิบๆ ??.. ? ฟันปลอมน่ะหลาน ?
Customer is the First important
ไอ้หนุ่มลูกทุ่งหอบสังขารทรุดโทรมเข้าไปในธนาคาร แต่เสื้อผ้าสกปรกเก่าขาดปุปะกลิ่นเหงื่อปนกลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ยังไม่เท่ากับวิธีที่เขาพูดกับพนักงานธนาคารที่เคาน์เตอร์
"กูมาเปิดบัญชี"
"อะไรนะคะ" พนักงานธนาคารนึกว่าตัวเองหูฝาด "ไม่ทราบว่าคุณพูดว่าอะไรนะคะ"
"ฟังดีๆนะอีห่า...กูมาเปิดบัญชี บัญชีห่าๆที่นี่นี่แหละ เดี๋ยวนี้นี่เลย"
"ขอโทษจริงๆนะคะ" สาวแบงค์อึ้ง "คุณพูดจาหยาบคายมากเลยนะคะ ดิฉันว่าคุณไม่น่าพูดอย่างนี้เลยนะคะ" แล้วเธอก็รีบลุกไปปรึกษาผู้จัดการ ผู้จัดการจึงช่วยลุกมาเจรจาให้
"ขอโทษนะครับ คุณมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ" ผู้จัดการถามหนุ่มลูกทุ่ง
"ไม่เห็นจะมีปัญหาห่าอะไร" ไอ้หนุ่มว่า "กูแค่จะมาเปิดบัญชี แม่งเอ๊ย...โชคดีฉิบหาย ถูกหวยตั้ง 84 ล้าน ขืนไม่เอามาฝากธนาคารห่านี่ พวกเอี้ยแม่งมีหวังไถกูหมดตูดแน่"
"อ้อ....เข้าใจล่ะครับ" ผู้จัดการพยักหน้าหงึกๆ "อีหอกนี่ไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวผมเปิดบัญชีให้คุณเอง!!!"
โชคดี ????
ชายหนุ่มคนนึงเพิ่งกลับจากต่างประเทศวันนึงขณะเดินเล่นอยู่ในย่านชุมชน เกิดปวดท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตรงดิ่งเข้าร้านสุกี้ที่อยู่ใกล้ๆ พอเข้าไปในร้านปรากฏวว่าลูกค้าตรึมมองหาห้องนํ้า หายังไงก็ไม่เจอ จึงวิ่งขึ้นไปชั้นสองปปรากฏว่าชั้นสองกำลังปิดปรับปรุง เศษไม้กองระเกะระกะ ทันใดนั้นสายตาเหลือบไปเห็นห้องนํ้าพอดี ถึงแม้จะมีป้าย"ห้องนํ้าชำรุด"แปะไว้ที่ประตู ชายหนุ่มก็ไม่สน พุ่งเข้าไปนั่งแล้วปล่อยเต็มสูบ หลังจากเสร็จธุระ ก็เดินลงมา แต่เอ๊ะ! คนหายไปไหนหมดวะ เมื่อกี้ยังนั่งกินกันเต็มร้านอยู่นี่หว่า ว่าแล้วก็ตะโกนเบาๆ "เฮ้ มีใครอยู่รึเปล่า! หายไปไหนกันหมด?" สักพักก็มีพนักงานคนหนึ่งคลานออกมาจากเคาน์เตอร์พร้อมกับพูดว่า ............................................ " แม่..ง เมื่อกี้มีขี้หล่นลงมาจากเพดานโดนพัดลมพอดี คุณไม่โดนเหรอ ไปอยู่ไหนมาน่ะ โชคดีจริงๆ"
นังเมียหัวขี้เลื่อย!!!!!!!
อยู่กันมาก็ตั้งนาน ตอนจีบกันทีแรกก็จำได้ว่ามันฉลาดมากนี่นา เรียนก็สูง หน้าที่การงานก็ดี ทำไมอยู่กันไปอยู่กันมากลับเป็นว่าโง่ลงได้ถึงขนาดนี้ นังเมียเรานี่ยังโชคดีที่มีผัวฉลาดๆ แบบเราอยู่ข้างๆนะเนี่ย ไม่ใช่คุย ตอนเด็กๆสมัยประถมผมจะได้รับคำชมจากคุณครูประจำชั้นอยู่เสมอๆ จะได้รับรางวัลเป็นประจำในวิชา คัดไทย เขียนไทย ผมยังมีความภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้
แม้เวลามันจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม ผมก็ยังคงเป็นคนเก่งอยู่ อันนี้ผมรู้จากนังเมียผม เพราะผมสังเกตเห็นนังเมียมันจะ ตบมือดังๆ แล้วก็เอ่ยปากชมไม่ขาดปาก ว่าเก่งยังโน้นเก่งยังนี้ เวลาผมซักผ้า ถูบ้าน หุงข้าว ล้างชาม ได้อย่างยอดเยี่ยมและเสร็จทันในเวลาที่นังเมียผมมันกำหนดไว้ แถมบางครั้งยังมีเวลาเหลือพอที่จะไปล้างส้วมได้เสร็จทันเวลาอีกด้วยทีแรกผมก็คิดได้เองอยู่แล้วว่าผมเก่งและฉลาดมาก ความจริงนังเมียมันไม่บอกผม ก็รู้อยู่แล้วผิดกับนังเมียผมที่นับวันจะโง่ลง ขนาดแอร์ ทีวีที่สมัยนี้เปิดปิดง่ายๆมันยังทำไม่เป็น รีโมทตั้งอยู่ข้างหน้านังเมียมันยังใช้ไม่เป็น มือซ้ายถือมันฝรั่ง มือขวาแก้วน้ำหวาน ปากก็บอกว่า "นี่เปิดทีวีให้ดูหน่อยซิ แอร์ด้วยนะ ซัก 23 องศา" แน่ะ รีโมทก็อยู่ข้างหน้าใช้ไม่เป็น มันโง่จริงๆผมเคยสอนให้ใช้หลายครั้ง ก็ยังทำไม่เป็นจนผมรู้ว่ามันสมองแต่ละคนไม่เท่ากัน จะให้มาเป็นเลิศแบบผมทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ เอ่อ.....
แต่นังเมียผมมันก็ยังฉลาดนะ หยั่งเช่นว่าวันเงินเดือนผมออกนังเมียมันรู้หมดแนะแถมยังจำแม่น บางเดือนเลื่อนออกเงินเดือนไปวันไหน วันไหน มันรู้หมดแนะ ผมยังแปลกใจโง่ๆแบบนี้รู้ได้ไง แต่ยังไงนังเมียก็ไม่ฉลาดกว่าผมหรอกมานั่งคอยจำ คอยเตือนเงินเดือน
ทุกเดือนเสียเวลา ผมเลยเอาเลขที่บัญชีของเมีย ให้บริษัทโอนเงินเข้าไปเลย นังเมียยังชมผมไม่ขาดปากมาถึงทุกวันนี้ ฉลาดมาก ฉลาดมาก โธ่เอ็งไม่ต้องบอกข้าก็รู้ "นังเมียหัวขี้เลื่อย"
พยากรณ์อากาศที่แม่นยำ
พอถึงฤดูใบไม้ผลิ พวกอินเดียนแดงในเขตสงวนแห่งหนึ่งถามหัวหน้าเผ่าคนใหม่ว่า
ฤดูหนาวปีนี้จะหนาวจัดหรือเปล่า...
หัวหน้าเป็นคนสมัยใหม่ ไม่ได้เรียนเคล็ดวิชาอ่านลมฟ้าอากาศจากบรรพบุรุษ
แต่ด้วยความกลัวเสียฟอร์มหัวหน้าเผ่า
จึงทำทีแหงนมองฟ้าแล้วบอกว่าปีนี้จะหนาวทารุณ
ขอให้คนในเผ่าเตรียมฟืนไว้ก่อไฟผิงให้มากๆ...
เมื่อตอบแล้ว หัวหน้าเผ่าก็แอบโทร.ไปถามกรมอุตุฯ
เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศตอบว่า ท่าทางจะหนาวจัด
หัวหน้าเผ่าจึงย้ำให้คนในเผ่าเร่งหาฟืนเพิ่มขึ้น...
สองสามวันต่อมา หัวหน้าเผ่าโทร.ถามกรมอุตุฯให้แน่ใจอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ตอบว่า ปีนี้ต้องหนาวแน่นอน
หัวหน้าเผ่าจึงสั่งให้คนในเผ่าเก็บเศษไม้ทุกชิ้นที่หาได้...
พอใกล้ฤดูหนาว หัวหน้าเผ่าโทร.ไปถามที่กรมอุตุฯ อีกครั้ง
"แน่ใจ 100 เปอร์เซ็นต์นะว่าปีนี้จะหนาวจัด"
"100 เปอร์เซ็นต์" เจ้าหน้าที่ตอบหนักแน่น
หัวหน้าเผ่าถาม "ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น"
กรมอุตุฯตอบ "พวกอินเดียนแดงพากันออกหาฟืนไม่หยุดเลยครับ!!!"
![]()